เปิดเทอมแล้ว+ความเศร้าช่วงปิดเทอม
posted on 07 Jun 2008 23:28 by flying-dreamer in Eventตอนนี้เปิดเทอมแล้ว หลังจากปิดเทอมมานานเกือบสามเดือน และเพิ่งจะสำเนียกตัวเองได้ว่าดองบล็อกไว้นานแล้วน่ะ!!!! ก็เลยตัดสินใจอัพซักหน่อยพอเป็นพิธี
ตอนปิดเทอมไป มันเหมือนช่วงเวลามันผ่านไปเร็วมาก มีอะไรมากมายที่ต้องทำแล้วก็ทำไป เช่นเรียนซัมเมอร์ ซ้อมสันเตรียมรับน้อง(อันนี้ซ้อมตลอดแต่ไม่ได้ไปทำวันจริง เพราะไปถ่ายรูป) ถ่ายรูปงานต่างๆของมหาลัยฯ ไปงานศพแม่เพื่อน ไปเลี้ยงส่งพี่ที่รักและเคารพคนหนึ่ง ไปเที่ยวกับเพื่อน ทำความสะอาดห้องชมรมครั้งใหญ่(Big Cleaning Day) อบรมถ่ายภาพ งานฟุตบอลประเพณี แล้วก็อีกมากมาย บราๆ..
แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันสะเทือนใจมากที่สุดมีอยู่สามเรื่องก็คือ
เรื่องแรกคือ เราไม่ติดภาคที่อยากได้ แต่ก็ทำใจไว้แล้วเหมือนกัน เราเองก็เป็นปุถุชนธรรมดาสามัญจะให้สมหวังในทุกประการเหมือนฟ้าประทานพรก็หาไม่ เรียนก็ไม่ได้เก่งพอที่จะไปต่อสู้แย่งชิงภาคดีๆเหมือนคนอื่นเค้า
แถมภาคที่ได้ก็ไม่ใช่ว่าเลวร้ายเลย อันที่จริง เป็นอีกสาขาหนึ่งเหมือนกัน ที่เราสนใจ (แต่มันไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่านั้นเอง ฮ่าๆ) เป็นภาควิชาพฤกษศาสตร์ สาขาพันธุศาสตร์ ตอนแรกก็แอบเครียดน่ะ เพราะปกติคณะวิทยาฯก็ถูกดูถูกจากคณะอื่นอยู่แล้ว แถมภาคเราก็เป็นภาคเล็กๆไม่เหมือนชีวเคมีหรือจุลชีวะ ที่คนอื่นมักจะรู้จักหรือเป็นที่นิยม ที่สำคัญภาคเหล่านั้นก็จะคะแนนสูงกว่าด้วย ภาคเล็กๆก็เลยมักจะถูกดูถูกจากภาคในคณะเดียวกัน
แต่ตอนนี้ถึงจะไม่ใช่สาขาที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นสาขาหนึ่งที่เราก็อยากเรียน ดังนั้น อิชั้นก็จะขอสู้ตายถวายหัวกับสาขาวิชานี้แล้วกันน่ะ ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วกัน... ฮ่าๆๆ สู้โว้ย
เรื่องที่สอง เพื่อนสมัยม.ปลายโทร.มาชวนไปงานศพแม่เพื่อน อันนี้รู้สึกเศร้าจริงๆ เพราะเราเองก็เคยได้ข่าวมาเหมือนกันว่าแม่เค้าเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคมะเร็งระยะสุดท้ายตั้งแต่ช่วงที่ไปมีทติ้งห้องแล้ว แต่ไม่นึกว่าท่านจะเสียเร็วขนาดนี้หลังจากนั้นประมาณเดือนเดียวเอง
ตอนเราทราบข่าวก็รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนมาก เพราะถ้าเกิดเป็นแม่เรา เราคงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ แต่พอได้เจอเพื่อนเราตอนไปงานศพ เค้ากลับสามารถยิ้มแย้ม พูดคุยกับเพื่อนได้ตามปกติ แถมตอนไปแสดงความเสียใจกับเค้า ยังโดนเพื่อนคนอื่นแซวอีกว่า แหม่ เจ๊ดูหน้าตาเสียใจยิ่งกว่าเจ้าของงานซะอีกน่ะ! ทำเอาเราเอ๋อไปเลย
โดยปกติเราจะไม่ไปพวกงานศพหรืองานแต่งอยู่แล้ว ถ้าไม่สนิทจริงๆ อย่างงานศพเนี่ย ครั้งเดียวจริงๆตอนยายเราเสียสมัยเด็กๆ แต่พอได้ไปตอนโตมันกลับช่วยให้เราได้คิดจริงๆน่ะ
เรื่องเหล่านี้ทำให้เราประจักษ์ถึงคำกล่าวที่ว่าชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่ความจีรังยั่งยืน ไม่แน่นอน คงเปรียบได้กับสายน้ำล่ะมั้ง ที่เมื่อไหลออกมาจากแหล่งกำเนิด ก็ต้องไหลเปลี่ยนไปตามรูปร่างของสิ่งแวดล้อม บ้างก็โดนแสงแดดเหือดหายไป บ้างก็ถูกใช้จนสกปรก บ้างก็ใสแจ๋ว บ้างก็ถูกกลั่นกลองให้กลับมาขาวใสได้ บ้างก็กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
เฮ้อ... ดังนั้นเราคิดว่าชีวิตก็เป็นอะไรที่น่ามหัศจรรย์จริงๆน่ะแหล่ะ เรารู้สึกทึ่งในพลังชีวิตของมนุษย์จริงๆน่ะ คนเราสามารถจะทนกับเรื่องทุกข์ขนาดนี้ได้ยังไงกัน แล้วถ้าเป็นเราหล่ะ เราจะทำได้ถึงขนาดนี้มั้ย??
เรื่องที่สามคือ กิ๊ฟท์..เพื่อนเราที่เรียนด้วยกัน (เพื่อนสนิทในกลุ่มเลย) มันซิ่วติดนิติฯ มธ. ซึ่งเราก็ยินดีกับมันด้วยนั่นแหล่ะ เพราะเห็นมันบอกว่าอยากเรียนมาตั้งนานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นในใจก็แอบเศร้ามากๆ เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งปีนึง สนิทกันทั้งกลุ่ม แล้วถ้ามันจะขาดใครซักคนนึงไปคงเป็นอะไรที่ เหงา เศร้าสุดๆ แต่เรากับเพื่อนในกลุ่มก็ยังอยากให้เพื่อนเราได้อะไรที่คิดว่ามันชอบที่สุดนั่นแหล่ะ ถึงมันจะไกลกันมากก็เถอะ จากรังสิต ถึงสามย่าน เฮ้อ... ยังมีอีกคน ทราย..คนนี้ก็สนิทกันมากในกลุ่ม แต่ทว่า มันซิ่วติดอักษรฯจุฬาฯ พวกเราเลยรู้สึกว่ามันยังอยู่ใกล้ๆ ห่างกันไม่กี่ก้าว เดินไปก็ถึง
แต่กิ๊ฟท์มันไม่เหมือนกัน กิ๊ฟท์ต้องไปอยู่ในที่ไกลๆ อีกไม่นานกิ๊ฟท์ก็จะมีเพื่อนใหม่ แล้วก็จะลืมพวกเรา แต่ถึงอย่างนั้น พวกเราก็จะคิดถึงกิ๊ฟท์ทุกวันเลยน่ะ หุๆๆ หวังว่ากิ๊ฟท์จะรู้ถึงความรู้สึกของพวกเราทุกคนน่ะ
ตอนนี้เราได้เพื่อนใหม่มาอีกคนชื่อตั๊ก เพราะอยู่ภาคเดียวกัน แล้วเพื่อนเค้าเองก็ซิ่วไปเหมือนกัน แถมยังแยกๆกันไปตามภาคที่เลือกอีก ตั๊๋กก็เลยมาอยู่กลุ่มเดียวกับเรา เรารู้ว่าเค้าเองก็ค่อนข้างจะต้องปรับตัวซักหน่อย เพราะเรากับเพื่อนอยู่กับกลุ่มเรามานานแล้ว แต่เค้าเนี่ย จะเจอกันก็ไม่บ่อยเฉพาะบางเซคชั่นที่เรียนด้วยกัน ดั
งนั้น ตอนนี้ที่เราเห็นคือ ตั๊กเองก็กำลังพยายามอยู่ที่จะปรับตัวเข้าหาพวกเรา เราเองก็รู้ ยิ่งบางทีคุยกัน เค้าก็จะไม่รู้เพราะเป็นเรื่องในกลุ่มเรา แต่เราเองก็อยากบอกให้เค้ารู้น่ะว่า ไม่ต้องพยายามมากเกินไปหรอกน่ะ เราเข้าใจ ตัวเรากับเพื่อนเองก็ไม่อยากทำให้เพื่อนเครียด หรือเหงา เพราะรู้ว่าการจะเข้ากลุ่มใหม่แบบนี้มันยากแค่ไหน แต่อยากให้รู้ไว้ว่า พวกเรายินดีรับเพื่อนใหม่เสมอ...
.
.
สามเรื่องนี้มันทำให้เราได้คิดอะไรมากมายเลย ทั้งก่อนและหลังเปิดเทอมแล้วหนึ่งสัปดาห์... การได้คิดทบทวน การได้เรียนรู้ การได้รู้จักความทุกข์ มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้นจริงๆน่ะ ชีวิตก็แบบนี้แหล่ะเนอะ!!!
อิอิ อาจจะเว้นยาวเลยช่วงนี้ ไม่ค่อยมีเวลาแล้ว ต้องขยันหน่อย เรียนก็เยอะ การบ้านก็เยอะ ฝากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านบล็อกเราสู้ๆกันต่อไปน่ะ อย่าเพิ่งท้อ ชีวิตมีอะไรอีกตั้งเยอะ
edit @ 8 Jun 2008 10:04:06 by Flying_dreamer