ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว หลังจากปิดเทอมมานานเกือบสามเดือน และเพิ่งจะสำเนียกตัวเองได้ว่าดองบล็อกไว้นานแล้วน่ะ!!!! ก็เลยตัดสินใจอัพซักหน่อยพอเป็นพิธี

ตอนปิดเทอมไป มันเหมือนช่วงเวลามันผ่านไปเร็วมาก มีอะไรมากมายที่ต้องทำแล้วก็ทำไป เช่นเรียนซัมเมอร์ ซ้อมสันเตรียมรับน้อง(อันนี้ซ้อมตลอดแต่ไม่ได้ไปทำวันจริง เพราะไปถ่ายรูป) ถ่ายรูปงานต่างๆของมหาลัยฯ ไปงานศพแม่เพื่อน ไปเลี้ยงส่งพี่ที่รักและเคารพคนหนึ่ง ไปเที่ยวกับเพื่อน ทำความสะอาดห้องชมรมครั้งใหญ่(Big Cleaning Day) อบรมถ่ายภาพ งานฟุตบอลประเพณี แล้วก็อีกมากมาย บราๆ..

 

แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันสะเทือนใจมากที่สุดมีอยู่สามเรื่องก็คือ

เรื่องแรกคือ เราไม่ติดภาคที่อยากได้ แต่ก็ทำใจไว้แล้วเหมือนกัน เราเองก็เป็นปุถุชนธรรมดาสามัญจะให้สมหวังในทุกประการเหมือนฟ้าประทานพรก็หาไม่ เรียนก็ไม่ได้เก่งพอที่จะไปต่อสู้แย่งชิงภาคดีๆเหมือนคนอื่นเค้า

แถมภาคที่ได้ก็ไม่ใช่ว่าเลวร้ายเลย อันที่จริง เป็นอีกสาขาหนึ่งเหมือนกัน ที่เราสนใจ (แต่มันไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่านั้นเอง ฮ่าๆ) เป็นภาควิชาพฤกษศาสตร์ สาขาพันธุศาสตร์ ตอนแรกก็แอบเครียดน่ะ เพราะปกติคณะวิทยาฯก็ถูกดูถูกจากคณะอื่นอยู่แล้ว แถมภาคเราก็เป็นภาคเล็กๆไม่เหมือนชีวเคมีหรือจุลชีวะ ที่คนอื่นมักจะรู้จักหรือเป็นที่นิยม ที่สำคัญภาคเหล่านั้นก็จะคะแนนสูงกว่าด้วย ภาคเล็กๆก็เลยมักจะถูกดูถูกจากภาคในคณะเดียวกัน 

แต่ตอนนี้ถึงจะไม่ใช่สาขาที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นสาขาหนึ่งที่เราก็อยากเรียน ดังนั้น อิชั้นก็จะขอสู้ตายถวายหัวกับสาขาวิชานี้แล้วกันน่ะ ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วกัน... ฮ่าๆๆ สู้โว้ย

 

เรื่องที่สอง เพื่อนสมัยม.ปลายโทร.มาชวนไปงานศพแม่เพื่อน อันนี้รู้สึกเศร้าจริงๆ เพราะเราเองก็เคยได้ข่าวมาเหมือนกันว่าแม่เค้าเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคมะเร็งระยะสุดท้ายตั้งแต่ช่วงที่ไปมีทติ้งห้องแล้ว แต่ไม่นึกว่าท่านจะเสียเร็วขนาดนี้หลังจากนั้นประมาณเดือนเดียวเอง

ตอนเราทราบข่าวก็รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนมาก เพราะถ้าเกิดเป็นแม่เรา เราคงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ แต่พอได้เจอเพื่อนเราตอนไปงานศพ เค้ากลับสามารถยิ้มแย้ม พูดคุยกับเพื่อนได้ตามปกติ แถมตอนไปแสดงความเสียใจกับเค้า ยังโดนเพื่อนคนอื่นแซวอีกว่า แหม่ เจ๊ดูหน้าตาเสียใจยิ่งกว่าเจ้าของงานซะอีกน่ะ! ทำเอาเราเอ๋อไปเลย

โดยปกติเราจะไม่ไปพวกงานศพหรืองานแต่งอยู่แล้ว ถ้าไม่สนิทจริงๆ อย่างงานศพเนี่ย ครั้งเดียวจริงๆตอนยายเราเสียสมัยเด็กๆ แต่พอได้ไปตอนโตมันกลับช่วยให้เราได้คิดจริงๆน่ะ

เรื่องเหล่านี้ทำให้เราประจักษ์ถึงคำกล่าวที่ว่าชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่ความจีรังยั่งยืน ไม่แน่นอน คงเปรียบได้กับสายน้ำล่ะมั้ง ที่เมื่อไหลออกมาจากแหล่งกำเนิด ก็ต้องไหลเปลี่ยนไปตามรูปร่างของสิ่งแวดล้อม บ้างก็โดนแสงแดดเหือดหายไป บ้างก็ถูกใช้จนสกปรก บ้างก็ใสแจ๋ว บ้างก็ถูกกลั่นกลองให้กลับมาขาวใสได้ บ้างก็กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่

เฮ้อ... ดังนั้นเราคิดว่าชีวิตก็เป็นอะไรที่น่ามหัศจรรย์จริงๆน่ะแหล่ะ เรารู้สึกทึ่งในพลังชีวิตของมนุษย์จริงๆน่ะ คนเราสามารถจะทนกับเรื่องทุกข์ขนาดนี้ได้ยังไงกัน แล้วถ้าเป็นเราหล่ะ เราจะทำได้ถึงขนาดนี้มั้ย??

 

เรื่องที่สามคือ กิ๊ฟท์..เพื่อนเราที่เรียนด้วยกัน (เพื่อนสนิทในกลุ่มเลย) มันซิ่วติดนิติฯ มธ. ซึ่งเราก็ยินดีกับมันด้วยนั่นแหล่ะ เพราะเห็นมันบอกว่าอยากเรียนมาตั้งนานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นในใจก็แอบเศร้ามากๆ เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งปีนึง สนิทกันทั้งกลุ่ม แล้วถ้ามันจะขาดใครซักคนนึงไปคงเป็นอะไรที่ เหงา เศร้าสุดๆ แต่เรากับเพื่อนในกลุ่มก็ยังอยากให้เพื่อนเราได้อะไรที่คิดว่ามันชอบที่สุดนั่นแหล่ะ ถึงมันจะไกลกันมากก็เถอะ จากรังสิต ถึงสามย่าน เฮ้อ... ยังมีอีกคน ทราย..คนนี้ก็สนิทกันมากในกลุ่ม แต่ทว่า มันซิ่วติดอักษรฯจุฬาฯ พวกเราเลยรู้สึกว่ามันยังอยู่ใกล้ๆ ห่างกันไม่กี่ก้าว เดินไปก็ถึง

แต่กิ๊ฟท์มันไม่เหมือนกัน กิ๊ฟท์ต้องไปอยู่ในที่ไกลๆ อีกไม่นานกิ๊ฟท์ก็จะมีเพื่อนใหม่ แล้วก็จะลืมพวกเรา แต่ถึงอย่างนั้น พวกเราก็จะคิดถึงกิ๊ฟท์ทุกวันเลยน่ะ หุๆๆ หวังว่ากิ๊ฟท์จะรู้ถึงความรู้สึกของพวกเราทุกคนน่ะ

ตอนนี้เราได้เพื่อนใหม่มาอีกคนชื่อตั๊ก เพราะอยู่ภาคเดียวกัน แล้วเพื่อนเค้าเองก็ซิ่วไปเหมือนกัน แถมยังแยกๆกันไปตามภาคที่เลือกอีก ตั๊๋กก็เลยมาอยู่กลุ่มเดียวกับเรา เรารู้ว่าเค้าเองก็ค่อนข้างจะต้องปรับตัวซักหน่อย เพราะเรากับเพื่อนอยู่กับกลุ่มเรามานานแล้ว แต่เค้าเนี่ย จะเจอกันก็ไม่บ่อยเฉพาะบางเซคชั่นที่เรียนด้วยกัน ดั

งนั้น ตอนนี้ที่เราเห็นคือ ตั๊กเองก็กำลังพยายามอยู่ที่จะปรับตัวเข้าหาพวกเรา เราเองก็รู้ ยิ่งบางทีคุยกัน เค้าก็จะไม่รู้เพราะเป็นเรื่องในกลุ่มเรา แต่เราเองก็อยากบอกให้เค้ารู้น่ะว่า ไม่ต้องพยายามมากเกินไปหรอกน่ะ เราเข้าใจ ตัวเรากับเพื่อนเองก็ไม่อยากทำให้เพื่อนเครียด หรือเหงา เพราะรู้ว่าการจะเข้ากลุ่มใหม่แบบนี้มันยากแค่ไหน  แต่อยากให้รู้ไว้ว่า พวกเรายินดีรับเพื่อนใหม่เสมอ...

.

.

สามเรื่องนี้มันทำให้เราได้คิดอะไรมากมายเลย ทั้งก่อนและหลังเปิดเทอมแล้วหนึ่งสัปดาห์... การได้คิดทบทวน การได้เรียนรู้ การได้รู้จักความทุกข์ มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้นจริงๆน่ะ ชีวิตก็แบบนี้แหล่ะเนอะ!!!
อิอิ อาจจะเว้นยาวเลยช่วงนี้ ไม่ค่อยมีเวลาแล้ว ต้องขยันหน่อย เรียนก็เยอะ การบ้านก็เยอะ ฝากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านบล็อกเราสู้ๆกันต่อไปน่ะ อย่าเพิ่งท้อ ชีวิตมีอะไรอีกตั้งเยอะ

edit @ 8 Jun 2008 10:04:06 by Flying_dreamer

"ทบทวน"

posted on 12 May 2008 23:42 by flying-dreamer  in Event

วันนี้ อยู่ๆก็มีน้องคนนึงแอดเข้ามาถามเรื่องการสอบสัมภาษณ์ของคณะวิทยาฯ เราก็หืมมมม อะไรหว่า น้องก็บอกว่าอ่านจากบล็อคเรา โอ้ววววว เคยลงไว้นี่หว่า ลืมไปแล้วน่ะเนี่ย

.

แล้วก็มานั่งอ่านเรื่องเก่าๆของตัวเองที่ลงไป.... รู้สึกว่ามันช่างยาวจริงๆ ตอนนั้นพิมพ์ไปได้ไงไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่าจะเถือกมากจริงๆ อ่านไปก็นึกขำตัวเองเหมือนกันน่ะ ว่าตอนนั้นทำไมออกแนวติงต๊องอะไรปานนั้นนี่ ทำไปได้จริงๆ  เวลาหนึ่งปีนี่มันช่างผ่านไปเร็วจังน่ะ ไม่ทันไรก็ผ่านไปล่ะ ทำให้ได้คิดทบทวนเรื่องราวหนึ่งปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในรั้วจามจุรีฯแห่งนี้

1. ได้ตะโกนว่า "เราก็เอ็นท์ฯติดได้เหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ" (แอดมิชชั่นไม่ใช่รึ??)

2. ได้เจอเพื่อนมากมาย และมีกลุ่มเพื่อนสนิท 1 กลุ่ม

3. ได้มีพี่รหัสและสายรหัสเป็นครั้งแรกในชีวิต

4. ได้สวมรองเท้าเปปเปอร์มิ้นท์ และถุงเท้าคล้ายถุงน่องสั้นๆ

5. ได้สวมชุดนิสิต ที่มีตราพระเกี้ยวบนหน้าอก

6. ได้ถวายสัตย์และได้ถวายบังคมที่พระบรมรูปทรงม้า

7. ได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน อย่างเพื่อนตอนม.ต้น

8. ได้บอกรักครั้งแรก

9. ได้อกหักครั้งแรก (ต่อจากข้อข้างบนเลย--> แต่ก็รู้สึกดีน่ะ ให้อารมณ์เพลงอย่างน้อยอ่ะ "อย่างน้อยชั้นเคยได้รักเธอ รักเธอโดยไม่หวังอะไร..." มันทำให้เกิดการเรียนรู้ และจดจำได้ดีเชียวหล่ะ)

10. ได้เข้าชมรมCU photo (อันนี้ถือว่าประทับใจสุดๆๆๆๆ ไม่ว่าจะพี่ เพื่อน และอื่นๆ)

11. ได้ไปพิชิตภูกระดึงกับชมรมข้างบน ^

12. ได้เผชิญกับเกรดเกือบทุกอันยกเว้น A กับ F (คือมันจะถึงก็ไม่ถึง แต่มันจะตกต่ำขนาด F ก็ไม่ขนาดนั้น)

13. ได้เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด พร้อมกับยอมรับมัน แล้วก็แก้ไขให้มันดีขึ้น

14. ได้รู้ว่าตลาดนัดวันศุกร์ มันทำให้เราสุขใจได้จริงๆเวลาหิว

15. ได้รู้ว่าจักภาระที่หนักอึ้งจากการมี พระเกี้ยวอยู่บนอก มันทั้งหนักหนาสาหัส มันทั้งยากเย็นแสนเข็น แต่มันก็มาพร้อมกับความภาคภูมิใจด้วยเช่นกัน

16. ได้รู้ว่า เพื่อน จะเห็นน้ำใจกันก็ไอช่วงสอบนี่แหล่ะ.... (ไม่ได้หมายถึงลอกข้อสอบน่ะ!! หมายถึงเรื่องชีท)

17. ได้รู้จักคำว่า การให้ ทำให้มีความสุขมากกว่าการรับเป็นล้านเท่า

18. ได้เรียนรู้สังคมของการเอาตัวรอด (ออกแนวรายการ Survival เลย ฮ่าๆๆๆ ตูจะเอาตัวรอดจากการสอบครั้งนี้ได้หรือไม่ต้องติดตาม!!)

19. ได้รู้จักคำศัพท์หลายคำ ไม่ว่าจะเป็น เนิร์ด(Nerd) เกรียน เทพ อัจฉริยะฯลฯ

20. ได้มีกล้อง D-SLR เป็นของตัวเองด้วย โอ้ว น้องเฉาก๊วยที่รัก ถึงเธอจะดำ แต่ชั้นก็จะรักเธอตลอดไป

 21. ได้ประจักษ์ถึงน้ำใจของเพื่อนจริงๆ ยามเราลำบาก เพื่อนเราช่วยได้เยอะมาก ถ้าขาดเพื่อนในมหาลัยฯ คงอยู่ยากกว่านี้เป็นล้านเท่าอ่ะ

 22. ได้ทำอะไรบ้าๆ ไร้สาระอีกหลายเรื่องด้วย ฮ่าๆๆ (บล็อคนี้ก็เป็นหนึ่งในความไร้สาระเช่นกัน ฮ่าๆ)

23. (สุดท้ายแล้ว) ได้เขียนบล็อคนี่ไงหล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ไม่เคยเขียนเลยจนกระทั่งเข้ามหาลัย ดีใจอ่ะ อย่างน้อยก็มีบล็อคเป็นของตัวเอง

(จริงๆมีอะไรอีกมากมายที่อยากจะเขียนน่ะ แต่นึกไม่ออก<--- แล้วรู้ได้ไงว่ามีอีก งงตัวเองจริงๆ!!!)

 

.

.

ขอบคุณพ่อแม่ พี่สาว และเพื่อนๆทุกคนจริงๆที่อยู่เคียงข้างเรามาโดยตลอด

ขอบคุณในน้ำใจของพวกคุณที่ช่วยเราให้ผ่านปัญหาต่างๆมาได้เรื่อยๆ

ขอบคุณชะตาที่ทำให้เราได้มีโอกาสดีๆอย่างนี้

และก็ขอบคุณ Exteen Blogที่ทำให้เรามีที่เขียนอะไรออกมาเช่นกัน

edit @ 13 May 2008 00:28:29 by Flying_dreamer

Come back again...

posted on 03 Mar 2008 18:59 by flying-dreamer  in Event

กลับมาอีกครั้งพร้อม Theme ใหม่ ไฉไล(จืด)กว่าเดิม สิริรวมอายุการดองได้ สองเดือนครึ่งพอดิบพอดี ทั้งๆที่ยังเหลืออีกหนึ่งวิชาที่ต้องสอบ แต่ก็น่ะ ทำใจตั้งแต่ยังไม่อ่านว่า ยังไงก็ไม่มีทางได้ A หรือ B มาครอบครอง เพราะเป็นวิชาที่ตัดเกรดกับเด็กวิศวะ ทั้งๆที่ผลมันก็เห็นกันอยู่จะๆว่า เด็กวิศวะย่อมจะทำฟิสิกส์ได้ดีกว่าอยู่แล้ว ฮือๆๆ แต่ก็น่ะ ยังไงก็จะขอสู้ตายซะที(แม้จะตายอย่างอนาถอยู่ใต้มีนของเด็กวิศวะก็เถอะ) แม้ไม่ได้A หรือ B ก็ขอซีเทพ(C+) หรือไม่ก็ซีธรรมดามาครองแทน ขออย่าได้เป็นD เลย

 

สถานที่อ่านหนังสือที่เราไปมาช่วงสอบ
พอดีช่วงนี้มีโอกาสได้ไปอ่านหนังสือสอบในหลายๆสถานที่มา เลยอยากเอามาเปรียบเทียบให้ดูกัน
1. หอกลาง
ข้อดี     1. เป็นหอสมุดกลางที่ใหญ่ที่สุดในจุฬาฯ มีหนังสือมากมายให้ยืมอ่านได้
            2. ความเงียบสงบ เหมาะสำหรับการอ่านในช่วงเวลาปกติ
            3. ด้านล่างมีcafeเล็กๆ ขนมเค้กอร่อยขายโดยคุณป้าใจดี เวลาเหนื่อยหรือหิวก็สามารถมานั่งพักผ่อนกินขนมได้
ข้อเสีย  1. ในช่วงสอบจะมีผู้คนมากมายไปอ่านหนังสือ จึงทำให้เกิดความวุ่นวาย สับสน เสียงดัง ในบางชั้นและที่นั่งไม่เพียงพอ
            2. บรรยากาศเหมาะแก่การนอนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีกลิ่นหนังสือเก่าๆ โต๊ะเก่าๆ ทำให้ง่วงยิ่งนัก
            3. ต้องแต่งกายตามระเบียบ ห้ามใส่ขาสั้นหรือรองเท้าแตะ(บางครั้งโชคดี พนักงานที่ตรวจก็จะให้ผ่านได้ในวันเสาร์อาทิตย์)

 

2. จามจุรี 9 ----เป็นตึกสร้างใหม่ของจุฬาฯที่ใครหลายๆคนคิดว่าเป็นตึกลานจอดรถในตอนแรก แต่จริงๆมีสองส่วนคือส่วนที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ กับส่วนที่เป็นลานจอดรถ
ข้อดี    1. ใหญ่โตมโหฬาร กว้างขวาง มีหกชั้น ที่สำคัญห้องน้ำสะอาด
           2. โต๊ะเก้าอี้ใหม่ ดูดีมีสไตล์ พร้อมกับมีปลั๊กให้เสียบใช้คอมพิวเตอร์ได้ทุกจุด
           3. มีห้องให้ใช้ประชุม สัมนา หรือสอนกันได้ โดยจะมีกระดานไวท์บอร์ดไว้บริการด้วย(อันนี้ประทับใจจริงๆ)
           4. มีหลายชั้นให้สามารถเลือกอ่านได้ตามสะดวก อยากอยู่ห้องไหนก็เลือกเลย อยากนั่งโต๊ะแบบไหนก็เลือกได้อีก
           5. สามารถใส่อะไรก็ได้ที่อยากใส่มา ชุดนอน ขาสั้น สายเดี่ยว....อะไรก็ได้ที่อยากใส่
           6. เปืดโต้รุ่ง ตั้งแต่ 6.00-24.00น. (แอบสงสารยามเลยทีเดียว) แต่ก็แค่ช่วงสอบเท่านั้น (แค่ช่วงสอบก็ดีถมถืดแล้ว)
ข้อเสีย 1. เนื่องจากเป็นตึกที่เปิดให้ใช้บริการชั่วคราวในช่วงสอบ จึงไม่มีกฎระเบียบเท่าไหร่นัก ทำให้ส่งเสียงดัง ดูวุ่นวายมาก
           2. แอร์เย็นมาก เหมือนอยู่ในขั้วโลก ทำให้อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง(แต่บางคนชอบ เพราะนึกว่าอยู่เมืองนอกจะได้ใส่เสื้อหนาวมาประชันกันได้)
           3. ไกลจากร้านอาหารทุกชนิด(กันดารในเรื่องอาหารการกินนั่นเอง) จะกินข้าวทีกว่าจะเดินไปเดินกลับก็หมดไปเป็นชั่วโมงแล้ว
          4. เนื่องจากใส่อะไรก็ได้มา สาวๆหลายคนที่นุ่งสั้น หรือเซ็กซี่จนเกินเหตุ เลยทำให้ผู้ชายหลายคนไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ
          5. ตึกจะเปิดแค่ในช่วงสอบ(7 มีนา)นี้เท่านั้น คือจะปิดจนกว่าจะถึงการเปิดตึกจริงๆ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

 

3. ห้องสมุดคณะครุศาตร์
ข้อดี     1. เนื่องจากเป็นห้องสมุดคณะ ย่อมจะมีโรงอาหารของคณะอยู่ใกล้ๆ จึงตัดปัญหาเรื่องความหิวไปได้
            2. บรรยากาศคลาสสิกสุดๆ เป็นห้องสมุดที่เป็นห้องสมุดจริงๆ ใช้อ่านหนังสือได้อย่างสบาย เงียบสงบมากๆ เก้าอี้ก็นั่งสบาย ที่สำคัญ ตู้หนังสือมันจะมีที่หมุน ใช้เลื่อนไปเลื่อนมาได้ (กรี้ดจริงๆ เกิดมาไม่เคยเห็น ตื่นเต้นสุดๆ)
           3. ภายในมีห้องน้ำในตัว ซึ่งเป็นห้องน้ำที่ค่อนข้างจะดี สะอาด และเพรียบพร้อม
           4. จากห้องสมุดจะมีทางเดินเชื่อมต่อไปที่Cafeของคณะซึ่งจะมีทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ให้ใช้ และมีที่นั่งให้นั่งกินขนมได้ ดูดีมาก (ปกติแต่ละคณะจะแยกส่วนของห้องสมุดกับ ห้องคอมคณะออกจากกัน แต่ที่นี่สามารถจัดเอาทุกอย่างมารวมกันได้อย่างดูดีจริงๆ)
ข้อเสีย 1. เนื่องจากเป็นห้องสมุดคณะ จึงค่อนมีกฎระเบียบเคร่งครัดในการแต่งกาย ใครจะเข้าไปอ่านก็ต้องใส่ขายาว เสื้อที่เรียบร้อยหน่อย
           2. เนื่องจากบรรยากาศคลาสสิกไปนิด เลยทำให้ใครหลายๆคน" หลับ " คาโต๊ะ

 

4. ใต้ตึกมหามกุฏ คณะวิทยาศาสตร์
ข้อดี    1. ลมโกรก สบาย ไม่ค่อยร้อน
           2. ใกล้ตึกจุลฯ(อันนี้ไม่รู้ว่ามันอยู่ในข้อดีหรือข้อเสียกันแน่) และร้าน7-eleven จึงตัดปัญหาเรื่องการกิน
           3. โต๊ะเก้าอี้ก็นั่งสบายพอสมควร ห้องน้ำก็มี(แต่อาจจะเหม็นเล็กน้อย รึเปล่า?)
ข้อเสีย 1. จะมีเสียงดังสนั่นในบางช่วง
           2. ที่นั่งไม่ค่อยพอ เพราะจะมีคนข้างนอกมาใช้สอนพิเศษด้วย
           3. เป็นอาหารของยุง เพราะยุงเยอะจริงๆ นั่งๆไปอาจโดนยุงหามไปโดยไม่รู้ตัว

 

5. อ่านที่บ้านตัวเอง
ข้อดี    1. สะดวก สบาย ไม่ต้องเดินทางไปไหน ง่ายสุดๆ
           2. มีให้กินตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อ
           3. มีห้องให้อ่านเลยรู้สึกว่าสงบดี ไม่ได้แย่นัก
ข้อเสีย 1. เนื่องจากสบายเกินไป อาจทำให้เพลินกับการเล่นเช่นดูทีวี กินข้าว และหลับ
           2. นั่งๆอยู่ก็จะถูกใช้งาน ให้ทำนู่นทำนี่ ทำให้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ
           3. อยู่ใกล้คอม และทีวี เหมือนมีอะไรดึงดูดให้เปิด อ้าาาาาาาก
           4. ทุกคนในบ้านไม่ได้สอบเหมือนเรา เลยทำอะไรสบายๆกัน ทำให้เราเผลอตัวไปทำแบบเค้าได้ โอ้วโน่!!!
           5. กินสบายเกินไป ทำให้น้ำหนักขึ้นไม่รู้ตัว


เก็บตกจามจุรี 9 หน่อยนึง

บังเอิญเรากับเพื่อนๆก็ไปช่วงที่เพิ่งเปิด ก็เป็นกลุ่มแรกๆน่ะ เพื่อนเราก็ไปเข้าห้องน้ำ

ห้องสุดท้าย เป็นห้องในสุด โดยจะมีช่องระบายอากาศ ซึ่งใหญ่มากๆ เป็นทั้งแถบด้าหลังเลยอ่ะ เพื่อนเราก็บอกว่า โหยสุนทรีย์สุดๆ ชอบๆๆๆ แนะนำให้เข้ากันเลยทีเดียว แต่พอเราไปดู เราก็เลยเตือนว่า มันรูใหญ่มากเลยน่ะ ถ้ามองขึ้นมาต้องเห็นแน่ๆ เพื่อนเราก็บอกว่าไม่หรอก สถาปนิกเค้าต้องทำไว้ดีแล้ว ก็เหมือนห้องน้ำทั่วไปที่เค้าทำอ่ะ มันก็ไม่เห็นว่าจะเห็นเลย เราเลยเถียงว่า ยังไงก็เห็นอ่ะ เพราะรูมันใหญ่จริงๆน่ะ แล้วแบบ ลาดลงไปด้วย  แถมฝั่งตรงข้ามก็คือหอยูใหม่ที่ยังไม่เปิด หุๆๆ ถ้าเกิดเปิดขึ้นมาเนี่ยคงเห็นกันหมดแน่ๆ

ดังนั้นหลังจากแยกกันกลับบ้าน เพื่อนเราสองคนนี้จึงได้ไปพิสูจน์ในตอนประมาณทุ่มครึ่ง และสิ่งที่พบคือ เห็นทุกอริยาบถเลยพี่น้อง เพื่อนเรานี่ถึงกับช็อคเพราะเข้าไปแล้วทั้งสองคนเลย  เพื่อนเราบอกว่า คือถ้าตอนกลางวันข้างนอกมันสว่างกว่าด้านใน ด้านนอกก็จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ทว่าพอตกกลางคืน หึๆๆ ด้านในมันดันสว่างกว่าด้านนอก ทำให้เห็นภาพอริยาบถในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เพื่อนเราเลยไปแจ้งกับผู้ที่เกี่ยวข้องในตึกให้เค้าช่วยจัดการหน่อย มิเช่นนั้นแล้ว อาจเป็นช่องทางให้พวกโรคจิตมาแอบดูได้

****เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจห้องน้ำ อย่าวางใจสถาปนิก จะอนาถใจตัวเอง****

 

++++ขอขอบคุณบล็อคคุณเจ้าชายน้อย ที่ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาของ CSSได้ http://zedth.exteen.com ขอบคุณมากๆค่ะ

 

สุดท้าย ขอตัวไปเอาเขาเถือกแล็ปฟิสิกส์ก่อนน่ะค่ะ หุๆๆๆ  ใครที่สอบเสร็จแล้วผลที่ออกมาก็ขอให้เอกันถ้วนหน้า(อ้าวแล้วใครจะตกมีนเป็นฐานให้เค้าเหยีบบล่ะเจ๊) ใครที่สอบไม่เสร็จทีก็ขอให้ทำข้อสอบได้น่ะ ส่วนใครที่เป็นเทพอยู่ก็ขอให้ลงมาช่วยพวกที่ตกมีนตายอย่างเราทีเถอะ หุๆๆๆ

 

edit @ 3 Mar 2008 19:15:57 by Flying_dreamer