วันนี้มีเรื่องมาอัพหลายเรื่องค่า หลังจากห่างหายไปเป็นอาทิตย์ เพราะติดเรียนพิเศษและเพื่อนเริ่มบอกว่าบล็อคเริ่มมีกลิ่นตุๆ ไม่ใช่กลิ่นสุกี้ แต่เป็นกลิ่นเปรี้ยวๆจากการดองบล็อค แหะๆๆๆ ขอโทษค๊าบบบบ

อย่างแรกเลยที่อยากมาเล่าก็คือเรื่อง MK
ต่อจากคราวที่แล้วที่เราได้อธิบายวิธีทำไข่และข้าวต้มตุ๋นหลังกินเสร็จ ซึ่งหลายๆคนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าหน้าตามันจะเป็นยังไง เราจะอธิบายให้ฟังเป็นช๊อตๆ เพราะงั้นตั้งใจจดจำแล้วไปลองทำตามดูน่ะค่ะ เผื่อจะได้ลิ้มรสข้าวตุ๋นแบบใหม่ "รสชาติที่คุณคู่ควร"
ไข่ หลังจากที่เราตีจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้เทลงไปบนกระชอน แล้วก็วนกระชอนไปมาไม่ให้ซ้ำอยู่ที่เดิมน่ะค่ะ


(น้ำต้องเดือดมากๆถึงจะดี เพราะไข่จะได้ไม่เละติดกันเป็นกระจุกๆ)

ผลที่ได้ออกมาจะเป็นแบบนี้ เหอๆๆๆ

(หน้าตาเหมือนฝอยทองเลยคับพี่น้อง ไม่รู้ว่าจะทำไข่ในสุกี้หรือจะทำฝอยทองขายดี)

ต่อมาก็เป็นข้าวต้มตุ๋น
ขั้นแรก พยายามให้น้ำซุปที่เหลือไว้อยู่ประมาณ1/4ของหม้อ จากนั้นก็เอาข้าวสักสองชามใส่ลงไปตุ๋น (อย่าลืม! ขอฝามาปิดด้วย จะได้อร่อยๆ)


(แหะๆๆ ขอโทษด้วย พอดีหม้อที่เรากินเสร็จมันมีคราบไข่ติดอยู่ น่าเกลียดไปนิด)

ปิดไว้ประมาณ 10-15 นาที กดไฟไปที่เดือดมาก ก็จะได้ข้าวต้มที่นิ่มกำลังพอดี


(ไม่ต้องตกใจที่มันมีฟองปุดๆ ปล่อยให้มันปุดๆไป แต่ถ้าจะล้น รีบเปิดฝาหม้อออก ข้าน้อยไม่รับประกันความปลอดภัยน่ะ)
ขั้นที่สอง
ใส่อะไรก็ตามที่อยากใส่ ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นหรือผัก และโปรดอย่าลืมสโลแกนหลักของเรา กินเอ็มเคให้คุ้มค่าทุกครั้งเราต้องคำนวณ โดยการเอาราคาหารด้วยจำนวนลูกชิ้นหรือหมูที่แสดงอยู่ในเมนูน่ะค่ะ ที่เหลือก็แค่ปิดฝาและรอต่อไปอีกซักแป๊บนึง กดไฟไปที่เดือด พอให้ลูกชิ้นสุกซัก 5-10 นาทีก็พอ สุดท้ายก็คือกินเท่านั้นที่ครองโลก โหะๆๆๆๆ


(ใส่ลูกชิ้นสาหร่าย)


(ใส่ลูกชิ้นรักบี้ <<-----อันนี้ขอบอก เราใส่ลงไปพอตุ๋นเสร็จ มันจะเป็นอภิมหารักบี้คับพี่น้อง มันจะใหญ่มาก หลังจากนั้นแป๊บเดียวก็จะหดเหลือเท่าเดิม อะ หุ หุ)

อันนี้อยู่ในชามเรา ไม่ต้องตกใจ ว่ารักบี้หายไปไหน เพราะเรากินมันไปแล้ว 555

ซูมๆ ซูมเข้าไป

******ขอบอกว่า อร่อยมากกกกกกก อย่าอายถ้าจะกินของอร่อย กรุณาไปลองซะ แล้วรีบมาบอกด้วยว่าอร่อยรึเปล่า******



เรื่องต่อไปที่จะเล่า ไม่ใช่หนังสยองขวัญสั่นประสาท ไม่ใช่เรื่องรักโรแมนติก ไม่ใช่เรื่องโปกฮาแนวคอมเมดี้ แต่เป็นdiscovery channel 555 ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี แต่นี่เป็นเรื่องจริงผ่านจอ คือช่วงนี้เป็นช่วงที่นั่งรถเมล์บ่อยมากกกก(เอ่อ!แล้วปกติตูไม่นั่งบ่อยหรือนี่) เป็นเรื่องเกี่ยวกับเมล์นรก นรกจริงๆ
เมล์นรกที่เราจะเล่านี้ ไม่ใช่เมล์นรกแบบในหนังเรื่องเมล์นรกหมวยยกล้อ ที่จะมีผู้โดยสารประสาทๆมาปล้นรถเมล์หรืออะไรก็ตาม แต่เป็นรถเมล์ที่ทำให้คุณประสาทได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่จะขึ้นมัน อยู่บนมันแล้ว หรือเวลาลงจากมัน
หลายๆคนอาจจะเคยโดนเหมือนเราก็ได้ เรื่องมันมีอยู่ว่า หลายวันก่อน เราเริ่มเรียนพิเศษแถวราชดำริ จากบ้านเราที่จะไปนั้น มันก็ไม่ไกลกันนัก แต่เนื่องจากมีรถเมล์เพียงสายเดียวที่นั่งตรงไปแล้วถึงเลย คือ สาย 25 ซึ่งตอนแรก เราก็ไม่รู้เลยว่า ไอรถเมล์สายนี้เนี่ย มันมีสามแบบ
แบบแรกคือ แบบแอร์ สีน้ำเงินทั้งคัน
แบบที่สองคือ แบบสีขาว ครีม แดง
และแบบสุดท้ายคือ แบบไม่มีแอร์สีน้ำเงิน เหลือง ขาว ซึ่งเป็นรถร่วมบริการ(ชื่อมันก็บอกแล้วว่า เป็นรถร่วมบริการ มันถึงได้บริการได้ยอดแย่)

ไอเราก็ไม่รู้ เราก็เห็น อ้าวนั่น 25 นิ รอมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว ขึ้นเลยแล้วกัน ดีเลยเป็นแบบแอร์ซะด้วย หึๆๆ จะได้ไม่ร้อน พอนั่งไปซักพัก ทำไมมันเลี้ยวฟ่ะ แล้วทำไมเราไปอยู่ตรงสยามได้หล่ะนี่ สรุปว่าเราหลงแล้วใช่หรือไม่ โชคดีที่นั่งไปคิดได้ ก็เลยรีบลงที่สยาม แล้วโทรถามพ่อ พ่อก็บอกให้ต่อสายสิบห้าไป ไอเราก็ยืนรอไปแป๊บนึง อุ้ย โชคดีมันมาพอดี เราก็กระโดดขึ้นรถไปเลยทันที แล้วก็คิดต่อว่าจะลงที่ไหนดี จำได้ที่แม่เคยบอกไว้ ว่าตรงแถวที่เรียนมันจะมีรถไฟฟ้าสถานีราชดำริอยู่ใกล้ๆ ลงปุ๊บถึงเลย ไอเราก็คิดว่างั้น พอเห็นป้าย อุ้ย!นั่น สถานีราชดำริ ก็ลงทันทีเลยคับพี่น้อง พระเจ้าช่วยกล้วยทอด นี่มันที่ไหนกันนี่ อ้อ! ที่แท้ ลงเร็วไปป้ายนึง เลยรีบเดินจากรถไฟฟ้าไปที่เรียนพิเศษ คิดในใจ ไหนแม่ตูบอกว่าลงปุ๊บถึงปั๊บไง ไอรถไฟฟ้าเนี่ย เดินไปอีกหนึ่งป้ายรถเมล์พอดี หึๆๆ แม่ตู (อันนี้ขอเล่าถึงนิสัยของแม่เรา แม่เราเป็นคนที่คิดว่าอะไรๆก็ใกล้ไปหมด อย่างคราวก่อนเราไปเรียนพิเศษแถวธนบุรี แม่บอกว่าให้เราเดินออกไปประมาณแค่ 2 ป้ายรถเมล์ก็ถึงป้ายรถเมล์ที่จะขึ้นแล้ว ไอเราด้วยความเชื่อฟังก็ทำตามเลย ไปคนเดียวด้วย คือจริงๆก็เคยเดินออกทางนี้กับแม่มาทีแล้ว แต่จำทางไม่ได้ เพราะคราวก่อนแม่พาไปหลง เดินหลงกันไปไกลเหมือนกัน แต่พอเจอทางออกก็จำไม่ได้ว่ามาไกลแค่ไหน ก็เลยคิดว่าใกล้ๆไง พอเดินเอง ไอหยา! 5 ป้ายรถเมล์+1สะพานลอย คิดในใจ หึๆๆ ขอบคุณมากแม่ขา แล้วทีหลังหนูจะเชื่อแม่ดีมั้ยนี่?) เล่าต่อ กว่าจะถึงก็เลทไปตั้ง20นาที หึๆ ตูก็เก่งอังกฤษเหลือเกิน จะให้อธิบายให้ฝรั่งฟังก็ โอ้....จอร์จ

คือที่จะเล่าเนี่ย จุดไคล์แม๊กมันอยู่ตรงนี้ (หึๆขอโทษคุณผู้อ่านทุกท่านที่ทำให้ต้องอ่านจนกว่าจะถึงตอนนี้ ขอร้อง อ่านต่อเหอะน่ะ)ก็คือตอนขากลับเราก็ต้องกลับไอรถเมล์สายนี้แหล่ะ หึๆๆ พอออกมาถึงก็เจอมันเลย(อีตอนตูมา ดันไม่มา อีตอนกลับอ่ะ เร็วเชียว) เราก็ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เพราะรถมันจะรีบไปไหนไม่ทราบ เราก็ไม่รู้ แต่คุณเคยเป็นมั้ย เวลาขึ้นรถเมล์ แล้วเรายังไม่ทันได้ขึ้นไปทั้งสองขาอ่ะ แล้วรถมันวิ่งอ่ะ รู้สึกยังไง ที่สำคัญมันเป็นรถร่วมด้วย อ้ากก โครตสูง( อาจจะจิ้นไม่ออก คือมันเป็นรถทัวร์ ที่นำมาปรับเป็นรถเมล์ เข้าใจมั้ยว่ามันสูงกว่ารถเมล์ธรรมดามากมาย) เราก็รอดตายมาแบบหวุดหวิด ดีขาสั้น หดขาขึ้นทัน ไม่งั้นคงหงายแน่ ขึ้นไปถึงก็นั่งเลย ริมหน้าต่างฝั่งที่นั่งเดี่ยว โอ้ววว กระเป๋าจะนุ่งสั้นไปไหน ไม่ได้สวยเลยจริงๆ แบบว่า เหอะๆๆ เจ๊แกฉีกตั๋วเสร็จให้เราแบบว่าส่งๆอ่ะ พอแปะอยู่บนมือเรา ยังไม่ทันได้กำไว้ได้ทันเลย ปลิวไปนู่นแล้ว แล้วเจ๊แกไม่คิดเลยน่ะว่าจะช่วยเก็บ เดินไปนั่งเฉย ไอเราก็กลัว รถก็ขับเร็วขึ้นๆ โชคดีมีไฟแดง เราได้ทีรีบไปเก็บ เพราะกลัวคนตรวจตั๋วมาตรวจแล้วไม่มีตั๋ว ดังนั้นเราเลยต้องย้ายไปนั่งข้างหน้าซะอย่างนั้น ไอตอนไปนั่งข้างหน้านี่แหล่ะ ไอรถคันนี้มันก็เร่งความเร็วอีก ที่สำคัญรถข้างหน้าสองคันมันกำลังจะเบนเข้ากัน คือนึกภาพน่ะ มันมีสี่เลน แล้วมันจะบีบให้เป็นสามเลนอ่ะ แล้วซ้ายก็TAXI ขวาก็รถเมล์ จ๊าก อีรถเมล์ที่เรานั่งไปนั้น มันก็แทรกตัวผ่ากลางทั้งสองคันไปอย่างหน้าตาเฉย ไม่กลัว ขับฝ่าเข้าไปเลย ไม่คิดถึงใจคนนั่งบ้าง ไอที่มันเบียดมา มันตรงกับชั้นเดะ แล้วถ้าชั้นตายใครจะรับผิดชอบ( ก็ส่งเข้าวัดไปเลยมั้ง เพราะข้างๆที่เกิดเหตุสยดนี้ก็เป็นวัดซะด้วย) เหอๆๆ อะไรจะบังเอิญขณะนี้ ไฟแดงอีกแล้วคับพี่น้อง พี่แกเบรกเอี๊ยดดดด ใจข้าน้อยลงไปกองรวมกันที่ตาตุ่มพร้อมกับตับใจไส้พุง เหอๆๆๆ กว่าจะถึงที่หมาย ทำเอาจะเป็นโรคหัวใจกันเลยทีเดียว

**** คำเตือน ควรวางแผนก่อนออกเดินทางทุกครั้ง และฝึกหายใจเพื่อเตรียมตัวรับความซิ่งของรถเมล์ด้วย เหอๆๆๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หุหุ น่ากินอะ

ดีนะไม่ค่อยขึ้นรถเมล์ -*-

#1 By Bowajung on 2007-05-08 14:25

mk น่ากิ้น

เรื่องรถเมล์ก็นะ

#2 By ปิง (203.113.70.11) on 2007-05-08 17:57

พูดแล้วก็อยากกิน mk อีกแฮะ~

อยากอ่านเรื่องคุณลุงกับจตุคามอ่ะ เล่าหน่อยดิๆ

#3 By Fly_Away on 2007-05-08 18:54

พูดได้ไม่กี่คำหวะ ซวยซ้ำ ซวยช้อน อ๊อนๆ

เค้าเรีกยฟาดเคราะห์ จะได้เอ็นติดไงเพ่

#4 By pook^_^look (58.8.186.137) on 2007-05-08 20:52

ขอบคุณค่ะ

#5 By โหลดเพลง (124.157.236.250) on 2009-08-28 06:03