เหอๆๆ ได้ฤกษ์มาอัพบล็อคอีกรอบ หลังจากรอผลadmissionเป็นนานสองนาน

สรุปผลแอดมิสชั่น เราติดคณะวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จุฬาฯค่า.... หุๆๆๆ เอ่อ เลือกไปอันดับสี่เลย โชคดีที่ไม่หลุด ไม่งั้น แย่แน่ๆ คือตอนแรกไม่ได้เลือกคณะนี้น่ะ เลือกคณะสหเวชเทคนิคการแพทย์กับกายภาพพวกนั้น หึๆๆ เอาเหาะ ติดแล้วก็ดีใจแหล่ะน้า

พอมาเมื่อวันที่ 16 ไปงาน CU Firstdateมา อ้ากกกก ทำไมคนมันล้นหลามอย่างนี้ ไม่ไหวแล้ว ไปตั้งแต่แปดโมงนิดๆ รอแค่ลงทะเบียนอย่างเดียวก็ครึ่งชั่วโมงแล้ว ร้อนก็ร้อน เหงื่อไหลไคลย้อยเป็นน้ำตกเอราวัณกันเลยทีเดียว รู้สึกสงสารตัวเองว่า มาทำไมว่ะเนี่ย (ตอนนั้นไม่สบายอยู่ ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน กินยา แล้วก็นอนอยู่เป็นวัน ไม่รู้จะมาแสลนทำอะไรที่จุฬากันนี่) พอลงทะเบียนเสร็จ ก็เดินเลยกับพี่สาว(พี่สาวอยู่จุฬาฯปีสี่) ที่ไปกับพี่เนี่ย เพราะเรายังไม่ชินทาง แล้วพี่เราก็จะไปเจอเพื่อนด้วย ก็ไปเลย สองศรีพี่น้อง เดินกันตั้งแต่ฝั่งวิศวะไปถึงคณะอักษร

โอ้ว คนก็เบียดกันไปเบียดกันมา แล้วไหนหล่ะท่าน คณะวิทยาฯ อยู่ไหน ซุ้มมันอยู่ที่ไหนกัน อ้ากกก เดินไปเรี่อยๆ หาอยู่หนึ่งชั่วโมงเต็มๆ กว่าจะเจอ เจอแล้วก็ยังต้องมาต่อคิวรอลงทะเบียน พระเจ้า!!! โหดร้ายจริงๆ แล้วก็พาเราเข้าไปในซุ้ม เอ่อ คืออยากจะบอกว่าคณะวิทยาศาสตร์เป็นคณะที่เยอะมาก(ไม่แน่ใจว่าที่สุดในจุฬาฯรึเปล่า เพราะคณะนี้กับคณะวิศวะมักจะแข่งกันเป็นคณะที่เยอะที่สุดในจุฬาฯเสมอ คือคิดดูดิ จุฬาฯรับ สี่พันกว่าคน คณะวิทยาฯอย่างเดียวก็ปาเข้าไปพันกว่าคนแล้ว เหอๆๆๆ)

เอ้าต่อ ซุ้มมันเล็กมากกก เข้าไปก็เบียดกันเป็นปลากระป๋อง เบียดๆกัน ฝนก็ตกใหม่ๆ พื้นเปียกๆ โอ้ว ตูดแฉะ เหอะๆๆ เหมือนจะสนุก พอแกสันฯไปได้ซักแป๊บ (ประมาณห้านาที) พี่แกก็ไล่พวกเราใช้ไปในซุ้มเล็กๆที่มีม่านปิด ขอให้จินตนาการนิดนึงน่ะ ว่ามันกว้างแค่ 3x3 เมตรอ่ะ เล็กจริงๆ แล้วก็ให้เราเข้าไปนั่งอัดกันเพื่อจะให้ทำแบบสอบถามว่ามางานนี้เป็นไง มีพี่ไปรับมามั้ย อะไรทำนองนี้ แล้วก็ให้เราออกไปได้เลย งงมากมายค่ะ ให้เข้าไปเพื่อแค่นี้อ่ะน่ะ พอเค้าให้ออกมา เราก็กลับบ้านเลย 555 สงกะสัยว่าจะไปทำไมนี่

ต่อมาวันที่ 17 สอบสัมภาษณ์คับพี่น้อง เค้านัดไว้ตอนแปดโมงครึ่ง เราออกจากบ้านแต่เช้า เจ็ดโมงนิดๆ แต่จริงๆบ้านอยู่ใกล้ไม่รู้จะรีบไปทำไม ที่สำคัญต้องฝ่าฝนที่ตกหนักมากกกกไปกับแม่สองคน มีร่มคนละอัน ขึ้นรถเมล์ไปลงตรงอุโมงค์ใต้ดินฝั่งนิติลอดไปฝั่งวิทยาฯ พอตอนขึ้นมา ด้วยเราก็เห็นคุณลุงคนนึง แกไม่มีร่ม แล้วแกก็ถือเอกสารน่าจะสำคัญด้วย เราเลยเดินกลับไปถามแล้วให้คุณลุงติดร่มไปด้วยสงสารก็แต่บ่าว(ผู้ชาย)คนนึงที่ยืนข้างลุงแล้วเราไม่ได้ช่วย คงจะตัวเปียกอย่างแรงเลยทีเดียวเราก็พาคุณลุงเดินไปที่ตึกตรงข้ามตึกแถบ ส่วนเราก็เดินไปที่ตึกแถบเพราะต้องสัมภาษณ์ที่นั่น หึๆๆ ได้ช่วยคนด้วย ดีใจ หุๆๆ

เข้าไปใต้อาคารเราก็หุบร่ม เหอๆๆๆ เอกสาร แฟ้มเฟิ้มเปียกด้านบนเล็กน้อย ส่วนเสื้อกับกระโปรงซีกขวาเปียกเป็นแนวยาว หนาวทีเดียว ก็เอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดๆ ไม่เป็นไร ช่างมัน สัมภาษณ์แป๊บเดียวก็เสร็จ( ก็คิดแบบนี้อ่ะน่ะ) ไปดูชื่อที่บอร์ดหน้าห้อง อุ้ย กลุ่มสอง คนที่สามสิบกว่าด้วย โหะๆๆๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวนั่งแป๊บๆเสื้อก็แห้ง แถมมีเวลาให้คิดคำตอบตอนสัมภาษณ์ด้วย หุๆๆ พอเข้าไป คนที่มาก่อนเราเค้าก็อยู่กลุ่มสอง เค้าเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวที่สาม อืมไม่เป็นไร ขี้เกียจแหวกคนเข้าไป นั่งตัวที่สองก็ได้ฟ่ะ พอนั่งไปได้ซักสี่ห้าคน พี่แกก็เริ่มแจกบัตรคิว อ้ากกก ทำไมกันหล่ะนี่ ได้เบอร์หนึ่ง ตายแน่ๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วเค้าสัมภาษณ์กันแบบไหน กลุ่มหนึ่งเริ่มก่อนรึเปล่า( คิดในแง่ดีไว้ก่อน) เราก็นั่งกรอกข้อมูลแบบใจเย็นๆไป ตัวเย็นไปด้วย(ขอบอกในห้องหนาวมาก) เราก็นั่งกรอกไปจะเสร็จแล้ว เหลือแต่เช็คข้อมูลว่าเอกสารครบรึเปล่าแค่นั้น หึๆๆ อยู่ดีๆ อาจารย์เค้าก็ประกาศขึ้นมาว่า ให้เบอร์หนึ่งของทุกกลุ่มมารวมกันที่หน้าห้อง เบอร์หนึ่งคนไหนยังไม่เสร็จบ้าง เราก็ตะโกน+ยกมือเลย "หนูค่ะ" สายตาทั้งห้องหันมารวมทั้งอาจารย์ โอ้ก๊อด!!! ผิดมั้ยที่พูดความจริง อาจารย์แกก็พูดทันที "นี่รู้รึเปล่า ว่าเบอร์หนึ่งควรจะเร่งมือให้เสร็จตั้งนานแล้วน่ะ ถ้าเบอร์หนึ่งไม่รีบ แล้วเมื่อไหร่มันจะเสร็จ แล้วคนอื่นเค้าจะได้สัมภาษณ์กันเมื่อไหร่" โอ้ว เราก็รีบจัดเอกสารเช็คๆไปเลย อย่างเร็ว พี่ที่คุมกลุ่มเราเค้าก็มาช่วย เสร็จปุ๊บรีบวิ่งลงไปให้เค้าเช็คเอกสารกับเซ็นต์รับรองอีกครั้งหนึ่งเป็นอันเสร็จ แล้วก็ไปยืนรอเบอร์สองกับเพื่อนๆเบอร์หนึ่งต่อ (คือเค้าจะให้เบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของทุกกลุ่มไปก่อนน่ะ)

พอพร้อมแล้วเค้าก็ให้ไปที่หน้าห้องสมุด ยืนรอกันสิบห้านาทีได้มั้ง เพราะอาจารย์ยังเตรียมตัวไม่เสร็จ (แล้วจะเร่งตูทำไมเนี่ย) แล้วพี่ที่คุมหน้าห้องก็มาคุยด้วย ไม่ซีเรียส เป็นรุ่นพี่ปีสี่ที่จะจบแล้ว เค้ามาช่วยงานอาจารย์ เค้าก็ให้คำปรึกษาเล็กๆน้อยๆก่อนเข้าห้อง คุยไปได้ไม่มาก เค้าก็มาเรียกเบอร์หนึ่งของแต่ละกลุ่มให้เข้าไป เราก็เข้าไปพร้อมเพื่อนใหม่(ได้ตอนยืนรอนั่นแหล่ะ) เข้าไปจะแบ่งเป็นโต๊ะๆ ประมาณสามสิบกว่าโต๊ะแต่ละโต๊ะมีอาจารย์สามคนนั่งประจำอยู่

พอถึงโต๊ะเรา เราก็เริ่มเลย ตามที่พี่แนะนำมา ขั้นแรกให้เคาะประตู อ้าวไม่มีประตู ไม่ต้องเคาะ ขั้นสองเมื่อเข้าไปให้สวัสดีอาจารย์ แต่ควรจะสวัสดีที่ข้างๆเก้าอี้ ไม่ควรสวัสดีตั้งแต่หน้าประตู ให้สวัสดีไม่ใกล้ไม่ไกลจากอาจารย์ เราก็ทำตามสเต็ปเป๊ะ อาจารย์เค้าก็เชิญให้นั่ง เราก็ขอบคุณแล้วก็นั่ง( ห้ามวางข้อศอกไว้บนโต๊ะโดยเด็ดขาด) อาจารย์ที่เราเจอสามคน มีผู้ชายหนึ่งคน นั่งอยู่ริมซ้ายสุด อายุราวๆสามสิบกว่าๆ คนตรงกลางกับคนที่สามเป็นผู้หญิง คนตรงกลางเป็นอาจารย์ของอาจารย์อีกที ประมาณอายุน้อยกว่าอาม่าเราไม่มาก คนสุดท้ายอายุราวๆสี่สิบห้าสิบปีดูใจดีๆ

เค้าก็เริ่มเลย ให้เราพูดแนะนำตัวเอง ด้วยความตื่นเต้น เราก็พูดเลย กะว่าท่องมาอย่างดี ดิฉันชื่อเด็กหญิง... อ้าวซวยแล้วตู พูดผิด รู้ตัวเร็ว เลยขออภัยท่านไปทีนึงแล้วพูดใหม่ ดิฉันชื่อนางสาว... (จริงๆถ้าเนียนๆอาจารย์ก็ไม่ทันฟังหรอก) เราก็พูดไปว่าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ เกิดวันที่เท่าไหร่ พ่อแม่ชื่ออะไร มีพี่กี่คน พี่น้องเรียนที่ไหน เราจบจากที่ไหน อะไรไปเรื่อยเสร็จ อาจารย์ผู้ชายก็เริ่มตั้งคำถามทันที เธอเลือกคณะเทคนิคการแพทย์กับกายภาพมาก่อนใช่มั้ย แล้วรู้มั้ย สองอย่างนี้มันต่างกันยังไง เราก็ตอบไปเลยว่ามันเรียนต่างกันยังไง

แล้วเค้าก็ซักต่อว่าแล้วคณะนี้มันต่างกับคณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพยังไง เราก็ตอบว่ามันคงคล้ายๆกันมั้งค่ะ อยู่ในห้องแล๊บอะไรทำนองนี้ แล้วเค้าก็ถามอีกว่าคณะนี้มีกี่สาขา (อ้าว ตูจะรู้มั้ย ไม่เคยเรียนน่ะ) เอ่อ เราก็คิดไม่ออก เค้าก็บอกว่าสี่สาขา เค้าก็ถามอีกว่ามีสาขาอะไรบ้าง เราก็เกิดอาการเหงื่อซึมเล็กน้อย เราตอบไป แล้วเค้าบอกว่าผิด เราก็เหงื่อตกกว่าเก่า เราก็เลยบอกว่าไม่ทราบค่ะ เค้าก็ยิงคำถามอีก คณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร (ตอนนั้นคิดในใน สาขาไม่รู้แล้ว เรียนเกี่ยวกับอะไรเราจะรู้มั้ยนี่) เราก็เลยตอบไป คงเป็นแนวๆเคมีกับชีวะรึเปล่าค่ะ แล้วก็ทำแล๊บ เค้าบอกผิด เราก็ยิ่งตกใจใหญ่ สุดท้าย เค้าบอก ไม่เป็นไร เดี๋ยวเข้ามาเรียนก็รู้เองแหล่ะ(โฮก อาจารย์อย่าให้ความหวังหนูซิค่ะ เกิดไม่ติดขึ้นมามีโฮน่ะนี่)

เฮ้อ ตูจะบ้าตาย จะเป็นลม พอหมดคนนี้คนขวาสุดก็เริ่มบ้าง ทำไมถึงอยากเรียนคณะนี้ เราก็บอกไปเป็นสายที่อยากเรียนค่ะ ถึงแม้ไม่ได้คณะสหเวช แต่นี่ก็เป็นสาขาหนึ่งในนั้น เพราะงั้นก็ยังอยากเรียนด้วยเช่นกันค่ะ เค้าก็ไม่ว่าอะไรแล้วก็ถามอีกทำไมเลือกจุฬาฯ เราก็บอกเลยว่า เอ่อ เพราะจุฬาเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีมากค่ะ คุณภาพของเด็กที่จบออกมาก็รับประกันได้ว่าเก่งจริงๆ อะไรทำนองนี้ เค้าก็ถามต่อว่าบ้านเราอยู่ไหน เราก็ตอบเลย อยู่แถวบรรทัดทองใกล้ๆจุฬานี่แหล่ะค่ะ อาจารย์ผู้ชายก็เริ่มเลย อ๋อที่เลือกนีเพราะบ้านใกล้เหรอ เราก็สะอึกเล็กน้อย บอกว่าก็เป็นส่วนหนึ่งค่ะ แต่เพราะที่นี่เป็นสถาบันที่ให้การศึกษาที่ดีค่ะ แล้วคะแนนหนูก็พอจะเลือกได้ก็เลยเลือกดูอ่ะค่ะ เค้าก็อืมๆ ไม่เป็นไร

ดูแฟ้มไปเรื่อย เค้าก็ดูที่คะแนนเอเน็ตของเรา เค้าก็ถามว่าได้เอเน็ตอังกฤษ52เหรอ เราก็บอกค่ะ แล้วเค้าก็ถามว่า แล้วคิดว่าตัวเองภาษาอังกฤษเป็นยังไง เราก็บอกเลย กลางๆค่ะ แล้วเค้าก็ถามนู่นถามนี่อีกนิดหน่อย ไม่มากไม่มายแล้วก็บอกว่าเสร็จแล้ว เราก็บอกว่าขอบคุณค่ะ แล้วก็ลุกขึ้น ไหว้ท่านทั้งสามอีกที เดินหันหลังจ้ำอ้าวออกมากเลย (ลืมบอกคนกลางเค้าจะพูดบ้างเล้กน้อย แต่น้อยมาก ส่วนใหญ่ซ้ายกับขวาสุดจะถาม แต่คนกลางดูจะเป็นคนตัดสินใจว่ารับหรือไม่รับเลยทีเดียว)

พอออกมา เสื้อจากที่เปียกนี่แห้งเลย มีจะชื้นๆเล็กน้อยเพราะเหงื่อเราเอง อ้าก เครียด คุยกับเพื่อน ไม่มีใครเค้าถามยากแบบเราเลย ถามแค่ว่า งานอดิเรกทำอะไร อะไรทำนองนี้ แล้วก็เพิ่งจะรู้ด้วยว่า คณะนี้ส่วนใหญ่แล้วไม่เก่งอังกฤษกัน โอ้ว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด อืมไม่เป็นไร เค้าเก่งวิทย์กันใช่ไหม ตูจะได้รู้ แต่เท่าที่ดูส่วนใหญ่ก็เก่งกันหมดน่ะ แถมคณะนี้ เด็กต่างจังหวัดทั้งน้าน โอ้ว ไม่เป็นไร อะฮั้นก็อยู่บ้านนอกมาสิบห้าปี เกิดก็ต่างจังหวัด ข้าน้อยไม่หวั่น โฮะๆๆๆ

สัมภาษณ์เสร็จแล้ว พี่ก็นำทางไปเอาเอกสารแล้วก็ไปนั่งในหอประชุมรอพวกพ่อๆแม่ๆที่อยู่อีกห้องนึงกัน ราวๆชั่วโมงนึงได้มั้ง ได้เพื่อนใหม่เยอะ แต่จำไม่ค่อยได้(ขอโทษจริงๆน่ะ เราเป็นพวกขี้ลืมสุดๆ ขนาดเพื่อนในห้องบางคนยังจำไม่ค่อยได้เลย) รอพ่อแม่เสร็จแล้ว เย้ๆๆ ออกมาจากห้องประชุม เจอแร้งลงสรงกันเพียบ กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดนักศึกษากันอยู่ใต้ตึก เราพยายามจะเลือก แต่ฝ่ากองกำลังรักษาดินแดนเข้าไปไม่ได้ จึงได้ถอยทัพออกมา จูงแม่ไปกินข้าวแล้วซื้อเสื้อผ้าที่อื่นแทน ระหว่างนั้นก็เดินไปเจอะกับพี่ๆที่กำลังขายเสื้อกับรองเท้าใต้ตึกแถบ โอ้ว ดีจังคนน้อยด้วย ข้าน้อยก็รีบเข้าไปเลือกรองเท้าแล้วจ่ายตังค์ทันที เสียไป550บาท ไม่เป็นไร จะใส่ให้คุ้ม

แล้วก็เลยนึกได้ว่า เค้ามีขายที่ศาลาพระเกี้ยวด้วย ก็เลยเดินไปที่ศาลาพระเกี้ยว กรี้ด นี่มันอะไรกันนี่ ประชากรล้นหลาม แต่ยังดีมีที่ให้เดินเข้าไปได้บ้าง โอ้วจอร์จ เค้าไปเลือกเสื้อ ไม่ถูกใจเท่าไหร่ ก็เลยซื้อแต่กระโปรง เข็มพระเกี้ยว กระดุมเงิน ติ้ง หัวเข็มขัดแล้วก็เข็มขัด มาแทน ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย แล้วเดินไปขึ้นTaxiกลับบ้านกับแม่ อู้ว ขอบอกแม่ชั้น ซื้อกระโปรงขอยาวสุด( ยาวสุด 28) ไอเราก็เป็นพวกขาสั้น ใส่ขึ้นมาแล้วก็ยาวเกือบถึงตาตุ่มเลยทีเดียว ไม่เป็นไรๆ เชื่อแม่ๆ ขาก็ใหญ่ ดีจะได้ไว้ปิดขา ใส่ขึ้นมาไม่รู้ว่าเค้าเรียกสุ่มหรือตุ่มกันแน่ โหะๆๆๆ

กลับถึงบ้าน แม่บอกจะพาไปซื้อเสื้อที่โบนันซ่า โอเคแหม่ะ เอาไงเอากัน พี่สาวแสนดี ก็ติดสอยห้อยตามไปด้วยเพราะจะซื้อเสื้อนิสิตใหม่เหมือนกัน ก็ไปเลยสามใบเถา นั่งรถไปลงที่มาบุญครอง ข้ามไปฝั่งโบนันซ่า เลือกซื้อเสื้อท่ามกลางอะน้าเต้อร์ฝูงแร้ง อะไรมันจะเยอะขนาดนี้ พอบอกพี่เค้าจะเอาเสื้อ พี่เค้าก็เอาเสื้อมาให้ลอง ใส่เสร็จ แม่บอกเอาหลวมเลยๆ ซื้อมา แขนเหลืออีกเป็นนิ้วกว่าๆ หึๆ ไม่เป็นไร แม่เป็นห่วง( ลูกกลมขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวโดนใครจีบหรอกแม่)

พอซื้อเสร็จ พี่ก็พาลากไปพันทิพย์ไปซื้อของกัน แยกกับแม่ ให้แม่กลับบ้านก่อน โอเค ไปก็ไป จะได้ไปซื้อ Flash Driveใหม่ด้วย ก็นั่งไปเลยสองพี่น้องสาย 113 ขึ้นรถปุ๊บบอกกระเป๋าทันที พี่ค่ะ ถึงพันทิพย์ช่วยบอกด้วยน่ะค่ะ มั่นจริงๆ เหมือนจะรู้ว่าไปยังไงเล้ย โชคดีจริงๆที่บอกพี่เค้าไว้ก่อน เพราะเกือบเลยป้าย พี่แกตะโกนอย่างดัง ขนาดดังเรากับพี่ยังเกือบไม่รู้สึกตัวเลย นี่ขนาดมาพันทิพย์นับครั้งไม่ถ้วนยังจำไม่ได้เลยว่าลงป้ายไหน 555 ไปซื้อของกับพี่ เดินกันขาลากเลยทีเดียวกว่าจะได้ของแต่ละอย่าง

อย่างแรกที่ซื้อ คือ Flash Drive ของKingston 2GB ราคา 600 บาท รับประกันห้าปี โอเคคุ้ม ถูกสุดแล้ว ร้านอื่นขายกัน 620 บาท โอเค รับได้

สอง ซื้อแผ่นดีวีดี-อาร์เปล่าของPrinco สองแพ๊ค(เพราะพี่ชอบโหลดซีรีย์เกาหลี-ญี่ปุ่นมาดู) ราคาแพ๊คละ 330 บาท/50แผ่น โอเคคุ้ม รวมแค่ 660บาท เพราะจริงๆแพ๊คละ340 แต่ต่อราคาพี่เค้ามา( เราชอบต่อราคา) โอเค คุ้มแล้ว คราวก่อนมาแพ๊คตั้ง400 ขนาดถูกสุดของคราวที่แล้วน่ะนี่

สามซื้อตลับหมึกcanonให้พ่อ ต่อได้แค่สิบบาท เสียดายเหมือนกัน ปกติร้านอื่นขาย 330 ร้านนี้ขาย 250 เราไปต่อเค้าอีกเหลือ 240 เหอๆๆ คุ้ม

สุดท้ายก็ เครื่องเล่นMP4ที่พี่อยากได้ ประมาณว่าเดินกันขาลากจริงๆ เดินตั้งแต่ชั้นล่างยันชั้นบน เดินกันทุกซอกทุกมุม ถามกันทุกร้าน กว่าจะหารุ่นที่ชอบได้ที่ร้านแรก เพราะเทียบเสียงแล้ว เสียงใสใช้ได้ ความจุ4GBด้วย ราคาแค่2790 โอเค ราคาสมควร ถูกกว่าพวกsamsung และอีกหลายยี่ห้ออีก ถามไปถามมา พี่แกเหลือเครื่องเดียว ดูจะหลายมือจับก็เลยไม่ซื้อ เดินต่อๆ เดินไปอีกตั้งนาน กว่าจะเจอ บังเอิญเจอด้วย บอกว่าดูรุ่นนี้อยู่ พี่แกก็บอกเลย แล้วน้องเห็นราคาเท่าไหร่ เราก็บอกไป 2790 เจ้าของร้านบอกทันที พี่ลดให้ราคาพิเศษเลยน้อง ถ้าน้องจะเอา แถมพี่มีหลายสีให้น้องเลือก โอเค ก็เลยซื้อ ด้วยราคา2650 โฮะๆๆๆ ดีจริงๆ เพิ่มเมมได้ด้วย ถ้าตอนนี้ใครอยากซื้อเราขอแนะนำยี่ห้อ AIO ถูก แถมเสียงดีด้วย ดูหนังก็ได้ ฟังเพลง อัดเสียง ฟังFMได้หมด ใส่รูปก็ได้ ดีมากๆๆ

สรุปวันนี้หมดเงินไปเยอะจริงๆ เหอะๆ แต่ก็น่ะ เพื่อความสุขเล็กๆน้อยๆ


เรื่องขำๆสำหรับคนเตี้ยอย่างเรา

ตอนไปตรวจร่างกาย(ที่จริงก็แค่x-rayปอด พูดให้ดูดีไปงั้นเอง) เราเข้าไปตรงรถตู้ที่เค้าใช้x-rayอ่ะ แล้วคือคนก่อนหน้าเราเป็นผู้ชาย มันก็สูงสักร้อยเจ็ดสิบกว่าๆได้มั้ง ก็ไม่มีปัญหาอะไร พอมาถึงเรา ปัญหามันบังเกิดเจ้าค่ะ คือข้าน้อยเตี้ย แล้วไอเครื่องเนี่ยมันก็อยู่แทบจะติดกับประตูรถ เวลาx-rayทีก็เห็นกันหมด(ไม่ต้องตกใจใส่เสื้อผ้า แค่เอาสร้อยพระกับเข็มโรงเรียนออกเฉยๆ) ลุงแกก็บอกให้ยืนเอาคางวางเลยหนู แกก็ไม่ทันนึก เพราะคนข้างหน้าเรามันสูงหมด ถึงเรา เอ่อ เราก็บอกลุง ลุงค่ะ หนู.. เอ่อ หนูเตี้ย คือ..ไม่ถึงอ่ะค่ะ แกก็บอก เอ้อลืมดู แล้วแกก็บอกให้อีกคนที่เป็นคนคุมเครื่องกดปุ่มอะไรซักอย่างแล้วบอกเอ้าขึ้นไปได้เลย เราก็งง เพราะนึกว่าแกจะเอาเก้าอี้มาให้

พอมองดูที่พื้นโอ้ มีระบบไฮโดรริก กรี้ดๆๆ สุดยอด มันมีแท่นสี่เหลี่ยมค่อยๆผุดขึ้นมา (จินตนาการว่าตอนแรกมันเป็นพื้นเรียบๆอ่ะ แต่มีร่องสี่เหลี่ยมอยู่ แล้วไอร่องสี่เหลี่ยมเนี่ย มันก็ยกตัวขึ้นมา) โอ้ว จอร์จ ข้าน้อยไม่เคยเห็น ขนาดที่โรงเรียนเค้ามาx-rayทุกปี แต่พอดีเค้าใช้เก้าอี้ก็เลยไม่รู้ว่ามีแบบนี้ด้วย หึๆๆ พอมองออกไปข้างนอกรถ เค้าก็ขำกันหมด เพราะไอเสียงที่เราบอกว่าเราเตี้ย ไม่ถึงเนี่ย มันดังน้อยซะที่ไหนกัน ฮืออ เศร้าใจ

พอขึ้นไปยืนบนแท่นปุ๊บต้องทำท่าเป็ดคือเอามือสองข้างไพล่ไว้ข้างหลังคล้ายท่าพักของลูกเสือ-เนตรนารีอ่ะ แล้วก็ต้องเอาไอปีกสองข้างเนี่ย แปะเข้าไปข้างๆเครื่อง โอ้ว ดูอุบาทพิลึก พอจัดท่าเสร็จแกก็บอกเลยว่า เอ้าสูดหายใจลึกๆแล้วกลั้นไว้ ขณะที่เรากำลังพยายามหายใจลึกๆอยู่นั้น ยังไม่ทันขาดคำลุงว่าลึกๆ แกก็ถ่ายแล้ว ยังไม่ได้กลั้นเลย อะไรอ่ะ เสร็จแล้วเหรอ โอ้ว เสร็จหนูก็ไปล่ะค่ะ ลาโลด เรารีบเดินลงรถไปเลย (ประตูรถจะอยู่อีกทางนึง คือไม่ต้องเดินลงไปสบตากับคนข้างหลังเราให้โดนหัวเราะ ) รีบเดินไปหาพี่แล้วเผ่นโลดเลยค่ะ หึๆๆๆ อย่าได้มีใครจำได้เลยน่ะว่าเราต้องใช้อุปกรณ์เสริมขณะx-ray

จริงๆเรื่องเล่ามีอีกเยอะ แต่เอาแค่นี้ก่อน สงสารคนอ่าน เดี๋ยวจะเป็นลมแทนคนเขียนblog


edit @ 2007/05/24 01:06:19


edit @ 2007/05/25 09:18:57

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ก๊ากกกกกกก
เธอไม่เห็นเล่าให้ชั้นฟังละเอียดขนาดนี้เลยอ่ะ!
ตายและ น้องชั้น... ชั้นว่าชั้นโก๊ะแล้วนะ เธอนี่..ยิ่งกว่าอีกอ่ะ!
ตอนแรกชั้นก็ว่าเราน่าจะได้ชัวร์นะ แต่ตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจแล้วอ่ะ (ตอนฟังเธอเล่ามันไม่ค่อยละเอียด) อาจารย์ขา~~~ ได้โปรดรับน้องหนูเป็นศิษย์เถิดดดดด

#1 By Fly_Away on 2007-05-20 20:41

โหว เก่งนี่คะ ติดวิทยาฯ จุฬาฯ
แล้วอีก 4 ปีจะตามไปเป็นรุ่นน้องนะคะ อิอิอิอิ

เล่าละเอียดจริงๆค่ะ อ่านไม่ไหว ตาลาย

#2 By Bowajung on 2007-05-20 21:00

ผมเคยสัมภาษณ์คนแรก กรอกเอกสารไม่ทันเหมือนกัน เจ้าหน้าที่เลยบอกให้เข้าไปสัมภาษณ์ก่อนแล้วค่อยออกมาทำต่อ

สัมภาษณ์ยังไงก็ผ่านอยู่แล้วครับ

#3 By SRP on 2007-05-20 21:52

ช่ายๆ เราไปถึงฝนก็ตกพอดี เปียกทีเดียว

แต่เราสัมภาษณ์ที่ชั้น 17 ตึก4วิศวะ คนน้อย เลยไม่แออัดเท่าไหร่.. สัมภาษณ์คนที่ 2 อ่ะ ของเราเสร็จก่อนก็เข้าก่อนนะ อาจารย์ถามแบบเรื่องทั่วๆไปมากเลย แล้วก็แนะนำเรื่องการปรับตัวใน กทม. ด้วย ดูใจดีสุดๆ

เข้าค่ายมาด้วยล่ะ ใส่ชุดนิสิตแล้วด้วย ><

#4 By ปิง (203.113.70.74) on 2007-05-22 23:43

Que

#5 By sera (124.157.236.176) on 2009-10-04 11:17

ขอบคุณค่ะ

#6 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-06 09:04

Que se ra

#7 By scratch and dent (124.157.236.46) on 2009-11-13 01:49

hi all !!

#8 By sears parts (124.157.191.197) on 2009-12-04 01:22