วันนี้เราแอบโดดเรียนสองคาบ(ตอนแรกก็ไม่ได้จะโดดหรอก กะแค่ไปตรวจฟันแป๊บๆ เพราะรู้สึกเจ็บๆเหงือกที่อยู่ถัดจากฟันกรามซี่สุดท้าย) ไปตรวจฟันที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯมา

ปกติเราเป็นคนที่พบหมอฟันทุกๆสี่ถึงหกเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็มีก็ปวดเหงือกมาก กลัวเป็นโรคปริทันต์ เลยรีบไปหาฟันที่เราไปประจำ หมอบอกไม่เป็นไรมากหรอก ไม่ต้องคิดมาก แต่หลังๆมันก็ปวดขึ้นมาอีก หมอเลยแนะนำให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลดู ให้เค้า X-rayให้ เราก็โอเค ไปก็ไป

ขอย้อนหน่อย ว่าตอนเด็กๆเราเคยมีความทรงจำสุดสยองตอนไปถอนฟัน เพราะเป็นฟันน้ำนม แต่เป็นฟันกราม แล้วตอนนั้นเราก็เด็กๆ เค้าบอกให้กัดไว้ประมาณชั่วโมงถึงสองชั่วโมง รวมถึงอย่าเพิ่งทานของเย็นๆ เราก็ทำตามนั้น แต่... หมอไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามบ้วนน้ำ ฉะนั้น พอครบชั่วโมง เราก็รีบบ้วนน้ำเปล่าทันที(ไม่ค่อยชอบให้มีเลือดกลิ่นแปลกอยู่ในปาก) แต่ทว่า.... เลือดมันกลับไหลไม่หยุด ยิ่งบ้วนน้ำ มันก็ยิ่งออกมาเรื่อยๆ จะไปหาหมอ ก็กลัวว่าหมอจะกลับบ้านไปแล้ว เราเลยบ้วนน้ำลายปนเลือดตลอดคืน จนเช้าเลือดก็ดูเหมือนจะน้อยลงแต่ก็ออกมาเรื่อย  แม่เลยรีบพาไปหมอ พอไปถึง หมอบอกว่า อ๋อ ไม่เป็นไร เลือดมันหยุดไปแล้ว แต่ว่านี่เป็นเหมือนเลือดที่ตกค้างอยู่ในปาก เดี๋ยวรออีกซักพักก็หมด

แต่.... ถึงหมอจะบอกแบบนั้น แต่มันได้ทำให้หัวใจเด็กวัยเก้าขวบอย่างเรา ต้องกลายเป็นคนที่กลัวการไปหาหมอฟันไปตลอดชีวิต เนื่องจากกลัวการไปหาหมอฟันทำให้เราต้องทั้งพยายามแปลงฟันทุกวัน วันละหลายๆรอบเพื่อป้องกันการไปหาหมอฟันแล้วเรายังต้องไปเช็คฟันทุกๆสี่ถึงหกเดือน เราจะได้ไม่ต้องถอนหรืออุดฟันโดยไม่จำเป็น(ใครเป็นพ่อเป็นแม่ต้องใส่ใจกับการทำฟันหน่อยน่ะ เพราะการที่เด็กยังไร้เดียงสานั้น อาจเป็นสาเหตุให้เด็กทำอะไรแบบที่ไม่รู้ ทำกลายเป็นความฝังใจซึ่งอาจมีผลต่อชีวิตเด็กทั้งชีวิต)

จนวันนี้ชะตากรรมกลับเล่นตลกกับเรา ทำให้เราต้องไปพบหมอฟันเนื่องจากปวดเหงือกเรื้อรัง เมื่อเราเดินเข้าไป เราเจอคุณหมอผู้หญิง(ท่าทางจะเป็นอาจารย์หมอเพราะวัยวุฒิที่น่าจะถึงหกสิบและคุณวุฒิ)ผู้ใส่เหล็กดันฟันสีชมพูใสกิ๊กถามเราว่าเป็นอะไรมา เราก็บอกไปคิดว่ามีฟันคุด เชื่อมั้ยว่า หมอให้เราอ้าปาก แล้วก็มองๆไม่ถึงห้าวิ หมอบอกว่า มีฟันคุดประมาณสามสี่ซี่น่ะ ส่งไปx-rayเลย เราก็แบบเอ่อ หนูปวดแค่ซี่เดียวน่ะค่ะ(คิดในใจ) แต่ก็ไปตามที่ท่านสั่ง

พอไปถึงห้อง X-ray หน้าห้องเค้าก็จะมีป้ายบรรยายวิธีการx-ray โดยที่นี่จะใช้วิธีการเดนทัลซีที(Dental CT)

เกร็ดเล็กน้อย สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักฟันคุดเลยเหมือนเรา
วิธีการเดนทัลซีที(Dental CT) เป็นเครื่องถ่ายรังสีซีทีหรือเครื่องแคทสแกน(CAT scan)ที่เน้นสำหรับงานทันตกรรม ( อาจเรียกว่า Cone-Beam Volumetric Tomography,CBCT หรือ Ortho CT)ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ ร่วมกับรังสีเอกซ์ ในการสร้างแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อประกอบการวินิจฉัยโรค หรือวางแผนการรักษา โดยจะต่างจากเครื่อง CTทางการแพทย์ทั่วไปตรงที่จะใช้ลำรังสีเป็นรูปกรวย สแกนรอบวัตถุ 1 รอบเพื่อเก็บข้อมูลตามต้องการได้อย่างครบถ้วน แต่เครื่อง CTทางการแพทย์ทั่วไปจะใช้ลำรังสีแบบพัดจะจัดเก็บข้อมูลเป็นชั้นๆจนกว่าจะครอบคลุมบริเวณที่ต้องการ ดังนั้นจึงช่วยให้เวลาที่ใช้ในการถ่ายภาพรังสี ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ และค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการถ่ายภาพด้วยCTทางการแพทย์(ถูกกว่าจริงๆ เพราะเราจ่ายไป สองร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น)


พอเราเข้าไปในห้องx-ray เค้าก็จะให้เราใส่เสื้อที่เป็นเหมือนหนังหนาๆอะไรซักอย่างและก็หนักๆก่อนเพื่อป้องกันรังสี และเค้าก็จะให้เราเอาคางไปวางไว้บนแท่นเล็กๆของเครื่องนี้เหมือนเวลาไปตรวจสายตา โดยจะมีแท่งพลาสติกเล็กๆให้เรากัดไว้ตรงกลางปากเพื่อให้ฟันเราไม่ติดกัน และจะได้เห็นถึงการเรียงตัวของฟัน เสร็จแล้วเจ้าเครื่องนี้ที่มีเหมือนแขนสองแขนยื่นออกมาจากด้านบนก็จะหมุนเป็นวงรอบๆหัวเรา ในตอนนี้จะใช้เวลาน้อยมาก และเค้าก็จะให้เราไปนั่งรอด้านนอก เพื่อเอาฟิล์ม   และพอเราได้ฟิล์ม เราก็เดินเอาไปส่งให้คุณพยาบาลเพื่อส่งต่อให้คุณหมอวิเคราะห์ต่ออีกทีเป็นอันเสร็จ

และแล้วสิ่งที่เรารอคอยก็เริ่มต้น คุณหมอดูฟิล์มของเราและพูดว่า หนูมีฟันคุดสามซี่น่ะ ได้แก่ในสุดด้านบนซ้ายและล่างซ้าย และอีกจุดที่ด้านล่างขวา  ต้องถอนออกทั้งหมด ไม่งั้นมันก็จะเบียดฟันอื่นๆ และที่สำคัญ หมอยังบอกอีกว่า ซี่บนซ้ายนั้น มันจะผ่ายากมาก(เคสยาก) เพราะมันอยู่สูงขึ้นไปเยอะ และทุกซีที่กล่าวมานั้น ทั้งหมดอยู่ยังอยู่ในเหงือก ไม่โผล่ออกมาที

เกร็ดเล็กน้อย สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักฟันคุดเลยเหมือนเรา 2

ฟันคุด หมายถึง ฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาทางช่องปากได้ตามปกติซึ่งอาจจะไม่ขึ้นมาเลย หรือขึ้นมานิดหน่อย ไม่เต็มซี่เนื่องจากมีฟันซี่อื่นมาขวางไว้ มักจะเกิดขึ้นในฟันกรามด้านล่างซี่ที่สาม (ซี่ในสุด) 

 

tooth impaction

 

 

(ปล. รูปข้างบนทำไมต้องมีไฝ แต่ขอบคุณที่มาจากเว็บ 88DB

เราฟังแบบนั้นแล้วแทบจะหน้ามืด เกิดมาเคยได้ยินคนอื่นเค้าพูดกันว่าถอนฟันคุดมันทรมานแบบนู้นแบบนี้ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าอยู่ดีๆตัวเองต้องมาเผชิญกับมัน(ใครมันจะไปคิดว่าตัวเองจะมีฟันคุดล่ะ ในเมื่อพยายามรักษาฟันแทบเป็นแทบตาย คนที่อาการปกติดีทุกอย่างก็ไม่มีใครเค้าจะคิดหรอก)

 

สิ่งที่เราเครียดที่สุดคือ หมอถามเราว่าจะผ่ายังไง จะผ่าที่นี่เลยมั้ย เราก็บอก" ค่ะ " แล้วหมอก็บอกว่างั้นจะถอนกับใคร คลีนิกพิเศษหรือนิสิตทันตแพทย์  ถ้าถอนที่คลีนิกพิเศษก็1500-3000 แต่ถ้าเป็นอาจารย์หมอและหมอชำนาญทั้งหมด แต่ถ้าเป็นนิสิตแพทย์ก็ 500  โอ้วพระเจ้า.. ทำไมราคามันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้ เราเลยปรึกษาทั้งพ่อ แม่ เพื่อน และพี่ทันตะที่รู้จัก ทุกคนลงความเห็นว่า หมอใหญ่ดีกว่าน่ะ เพราะผ่าฟันคุดถ้าให้หมอใหญ่เราก็จะเจ็บน้อย แผลสวยและก็ทำแป๊บเดียวเสร็จ แต่ถ้าเป็นนิสิตแพทย์เราก็จต้องฝากดวงไว้กับเค้าเลย เราเลยเลือกแล้วว่า ต้องหมอใหญ่เท่านั้น ชีวิตชั้น ไม่ขอนอนบ้วนน้ำลายปนเลือดข้ามคืนอีกต่อไป (แต่ผ่าทีละข้างน่ะ เพราะถ้าผ่าสองข้างรวด ก็จะไม่มีข้างไหนไว้ให้เคี้ยวได้เลย)
 
เรา... ปวดเหงือกแค่ข้างเดียว ฟันเราก็ดูปกติดีในสายตาเราและเพื่อนๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีอาการใดๆเลย นอกจากปวดเหงือกเพียงด้านเดียวที่เป็นๆหายๆ แต่สิ่งที่พบกลับสวนทางกัน เรามีฟันคุดตั้ง "สามซี่" โอ้ว! แม่เจ้า....

สิ่งที่เราได้ในวันนี้คือ ให้เราพยายามแค่ไหน ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองรักษาฟันดีแล้ว แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้(ถ้ามีฮานามิ เฮ้ยไม่ใช่) เพราะฉะนั้น ถ้าเลือกได้ เราแนะนำเลยว่า นอกจากไปตรวจฟันทุกเดือนแล้ว ยังแนะนำให้ไปx-rayฟันทุกปี หรืออย่างน้อยสองปีครั้ง อาจจะทำให้เราได้เห็นถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ลึกๆของมันได้เร็ว ดีกว่าต้องเสียเงินรวดเดียวเกือบหมื่นหรือต้องทรมานจากการผ่าฟันเหมือนเรา

"อกหัก รักคุด" ก็แค่เจ็บใจ ไม่นานก็หาย
แต่ "ฟันคุด" มันทั้งเจ็บตัว ทั้งเจ็บใจ แถมยังต้องเสียเงินมากมายเนื่องจากฟัน มันต้องอยู่กับเราไปทั้งชีวิต(อยู่กับเรายิ่งกว่าแฟนเราซะอีก)เพราะงั้น ถ้าเลือกได้ รักษาแต่เนิ่นๆดีกว่าน่ะ ดีกว่าต้องฟันหมดปากก่อนวัยอันควร

ปล. ในที่สุดชีวิตก็เข้าสู่เลข 2 ซะแล้วเรา อ้ากกกก เวลาในการมีชีวิตอยู่มันก็ลดลงน่ะซิ แต่ไม่เป็นไรอายุ 20 มันก็เหมือนกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆนั่นแหล่ะ แถมยังได้ของแถมเป็นฟันคุดสามซี่ + ตกมีนอีกหลายตัว แต่... รู้ตอนนี้ก็ยังดี อย่างน้อยก็จะได้แก้ไขทัน ดีกว่ามารู้ทีหลัง ไม่ว่าจะเรื่องฟันหรือเรื่องเรียน ขอบคุณโชคชะตาที่ให้โอกาสเราแก้ตัว...

ปล.2 ขอบคุณปะป๊าและมะม๊าที่ทำให้หนูได้ลืมตาดูโลกนี้ครบยี่สิบปีแล้วน่ะค่ะ (ขอบคุณม๊าสำหรับกับข้าวแสนอร่อยทุกๆวัน) รวมถึงขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ช่วยดูแล ห่วงใยมาโดยตลอด เราทำผิดไรไปก็ขอโปรดอภัยให้เราด้วย(ข้าน้อยขออภัย) เราก็เป็นแค่ New Soulเท่านั้น อาจทำอะไรผิดพลาดไปอีกมากมาย

edit @ 20 Aug 2008 21:10:14 by Flying_dreamer

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคยผ่าฟันคุดครั้งนึง
สูญเงินไปประมาณพันเจ็ด sad smile
แถมสยองอยู่ว่า อีกสองสามสี่ซี่ที่เหลือมันจะคุดขึ้นมามั้ย

#1 By Bluemoon on 2008-08-20 21:03

เราก็เป็นโรคไม่ถูกกับหมอฟัน ^^"
ตอนนี้ฟันที่อุดไว้เมื่อสิบปีที่แล้วหลุด แอบเซ็งว่าต้องไปหาหมอฟัน ><

#2 By yulkki on 2008-08-20 21:06

=[]=!!!

//จับมือ อิเรนมีฟันคุด4ซี่เหมือนกันฮะTvT
happy birthday...
ได้ของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่เป็นใบผล x-ray ฟันคุด 3 ซี่...
ป๊าดดด..มันน่าอิจฉาจริงจริ๊งงงงง

question

#4 By เจ้เอง (58.64.97.31) on 2008-08-20 22:01

HBD ด้วย double wink

ปล. น่าจะเลือกนิสิตแพทย์นะ

#5 By book on 2008-08-20 22:03

แป๋วแหวว มีทั้ง สี่่ ซี่ เลย
เอาออกไปหมดแล้วค่ะ...

แต่ตอนนั้น ปวดมั่กๆ ง่ะ
question

#6 By Peaw-weaw on 2008-08-21 10:29

อ้าว ผ่านวันเกิดแล้วนี่นา = ="

โทษทีๆ ช่วงนั้นยุ่งๆ ไม่ค่อยเล่นเนทเลย HBD ย้อนหลังเน่อ

#7 By ปิง (58.10.102.20) on 2008-09-12 01:53

ขอบคุณสำหรับ ทุก HBDน่ะค่ะ

ไปผ่ามาแล้วววว ประสบการณ์ครั้งแรก
ตอนหมอฉีดยาชาไปจนถึงตอนทำ ไม่เจ็บเลย แต่พอสามชั่วโมงผ่านไป
ยาชาหมดฤทธ์ โอ้วแม่เจ้า... ปวดจี๊ดไปถึงสมองเลย เลือดก็ไม่ยอมหยุดจนเช้าอีกวัน
แถมยังพูดไม่ได้ไปสามวัน ต้องกินแต่อาหารนิ่มๆอีก หุๆ

เหลืออีก"แค่" สองซี่เท่านั้น หึๆsad smile

#8 By Toffee's World on 2008-09-18 07:48

โอ๊ะ ฟันคุดแล้วรักคุดด้วยป่ะ อิอิ

ตั้งใจสอบเน้อออ

แล้วว่างๆไปเที่ยวกัน

ตอนนี้ชั้นเตรียมสอบแพ่งอยู่

ยากโคตรๆๆๆๆๆๆ

#9 By กิ๊ฟ รักเดก AE (203.131.212.76) on 2008-09-24 11:41

ดาร์ลิง

เธอควรเข้าไปดู entry นี้ด่วนๆๆๆๆ >>> http://yakuhi.exteen.com/20081118/lion-macross-f

เข้าไปซะ..มันสุดยอดดดด!!!!!!!!!!

#10 By Fly_Away on 2008-11-20 02:26

หมอบอกว่าฟันคุดเป็นกรรมพันธุ์อ่า - -"

#11 By compound-eyes on 2009-05-10 23:00