Come back again...

posted on 03 Mar 2008 18:59 by flying-dreamer  in Event

กลับมาอีกครั้งพร้อม Theme ใหม่ ไฉไล(จืด)กว่าเดิม สิริรวมอายุการดองได้ สองเดือนครึ่งพอดิบพอดี ทั้งๆที่ยังเหลืออีกหนึ่งวิชาที่ต้องสอบ แต่ก็น่ะ ทำใจตั้งแต่ยังไม่อ่านว่า ยังไงก็ไม่มีทางได้ A หรือ B มาครอบครอง เพราะเป็นวิชาที่ตัดเกรดกับเด็กวิศวะ ทั้งๆที่ผลมันก็เห็นกันอยู่จะๆว่า เด็กวิศวะย่อมจะทำฟิสิกส์ได้ดีกว่าอยู่แล้ว ฮือๆๆ แต่ก็น่ะ ยังไงก็จะขอสู้ตายซะที(แม้จะตายอย่างอนาถอยู่ใต้มีนของเด็กวิศวะก็เถอะ) แม้ไม่ได้A หรือ B ก็ขอซีเทพ(C+) หรือไม่ก็ซีธรรมดามาครองแทน ขออย่าได้เป็นD เลย

 

สถานที่อ่านหนังสือที่เราไปมาช่วงสอบ
พอดีช่วงนี้มีโอกาสได้ไปอ่านหนังสือสอบในหลายๆสถานที่มา เลยอยากเอามาเปรียบเทียบให้ดูกัน
1. หอกลาง
ข้อดี     1. เป็นหอสมุดกลางที่ใหญ่ที่สุดในจุฬาฯ มีหนังสือมากมายให้ยืมอ่านได้
            2. ความเงียบสงบ เหมาะสำหรับการอ่านในช่วงเวลาปกติ
            3. ด้านล่างมีcafeเล็กๆ ขนมเค้กอร่อยขายโดยคุณป้าใจดี เวลาเหนื่อยหรือหิวก็สามารถมานั่งพักผ่อนกินขนมได้
ข้อเสีย  1. ในช่วงสอบจะมีผู้คนมากมายไปอ่านหนังสือ จึงทำให้เกิดความวุ่นวาย สับสน เสียงดัง ในบางชั้นและที่นั่งไม่เพียงพอ
            2. บรรยากาศเหมาะแก่การนอนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีกลิ่นหนังสือเก่าๆ โต๊ะเก่าๆ ทำให้ง่วงยิ่งนัก
            3. ต้องแต่งกายตามระเบียบ ห้ามใส่ขาสั้นหรือรองเท้าแตะ(บางครั้งโชคดี พนักงานที่ตรวจก็จะให้ผ่านได้ในวันเสาร์อาทิตย์)

 

2. จามจุรี 9 ----เป็นตึกสร้างใหม่ของจุฬาฯที่ใครหลายๆคนคิดว่าเป็นตึกลานจอดรถในตอนแรก แต่จริงๆมีสองส่วนคือส่วนที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ กับส่วนที่เป็นลานจอดรถ
ข้อดี    1. ใหญ่โตมโหฬาร กว้างขวาง มีหกชั้น ที่สำคัญห้องน้ำสะอาด
           2. โต๊ะเก้าอี้ใหม่ ดูดีมีสไตล์ พร้อมกับมีปลั๊กให้เสียบใช้คอมพิวเตอร์ได้ทุกจุด
           3. มีห้องให้ใช้ประชุม สัมนา หรือสอนกันได้ โดยจะมีกระดานไวท์บอร์ดไว้บริการด้วย(อันนี้ประทับใจจริงๆ)
           4. มีหลายชั้นให้สามารถเลือกอ่านได้ตามสะดวก อยากอยู่ห้องไหนก็เลือกเลย อยากนั่งโต๊ะแบบไหนก็เลือกได้อีก
           5. สามารถใส่อะไรก็ได้ที่อยากใส่มา ชุดนอน ขาสั้น สายเดี่ยว....อะไรก็ได้ที่อยากใส่
           6. เปืดโต้รุ่ง ตั้งแต่ 6.00-24.00น. (แอบสงสารยามเลยทีเดียว) แต่ก็แค่ช่วงสอบเท่านั้น (แค่ช่วงสอบก็ดีถมถืดแล้ว)
ข้อเสีย 1. เนื่องจากเป็นตึกที่เปิดให้ใช้บริการชั่วคราวในช่วงสอบ จึงไม่มีกฎระเบียบเท่าไหร่นัก ทำให้ส่งเสียงดัง ดูวุ่นวายมาก
           2. แอร์เย็นมาก เหมือนอยู่ในขั้วโลก ทำให้อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง(แต่บางคนชอบ เพราะนึกว่าอยู่เมืองนอกจะได้ใส่เสื้อหนาวมาประชันกันได้)
           3. ไกลจากร้านอาหารทุกชนิด(กันดารในเรื่องอาหารการกินนั่นเอง) จะกินข้าวทีกว่าจะเดินไปเดินกลับก็หมดไปเป็นชั่วโมงแล้ว
          4. เนื่องจากใส่อะไรก็ได้มา สาวๆหลายคนที่นุ่งสั้น หรือเซ็กซี่จนเกินเหตุ เลยทำให้ผู้ชายหลายคนไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ
          5. ตึกจะเปิดแค่ในช่วงสอบ(7 มีนา)นี้เท่านั้น คือจะปิดจนกว่าจะถึงการเปิดตึกจริงๆ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

 

3. ห้องสมุดคณะครุศาตร์
ข้อดี     1. เนื่องจากเป็นห้องสมุดคณะ ย่อมจะมีโรงอาหารของคณะอยู่ใกล้ๆ จึงตัดปัญหาเรื่องความหิวไปได้
            2. บรรยากาศคลาสสิกสุดๆ เป็นห้องสมุดที่เป็นห้องสมุดจริงๆ ใช้อ่านหนังสือได้อย่างสบาย เงียบสงบมากๆ เก้าอี้ก็นั่งสบาย ที่สำคัญ ตู้หนังสือมันจะมีที่หมุน ใช้เลื่อนไปเลื่อนมาได้ (กรี้ดจริงๆ เกิดมาไม่เคยเห็น ตื่นเต้นสุดๆ)
           3. ภายในมีห้องน้ำในตัว ซึ่งเป็นห้องน้ำที่ค่อนข้างจะดี สะอาด และเพรียบพร้อม
           4. จากห้องสมุดจะมีทางเดินเชื่อมต่อไปที่Cafeของคณะซึ่งจะมีทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ให้ใช้ และมีที่นั่งให้นั่งกินขนมได้ ดูดีมาก (ปกติแต่ละคณะจะแยกส่วนของห้องสมุดกับ ห้องคอมคณะออกจากกัน แต่ที่นี่สามารถจัดเอาทุกอย่างมารวมกันได้อย่างดูดีจริงๆ)
ข้อเสีย 1. เนื่องจากเป็นห้องสมุดคณะ จึงค่อนมีกฎระเบียบเคร่งครัดในการแต่งกาย ใครจะเข้าไปอ่านก็ต้องใส่ขายาว เสื้อที่เรียบร้อยหน่อย
           2. เนื่องจากบรรยากาศคลาสสิกไปนิด เลยทำให้ใครหลายๆคน" หลับ " คาโต๊ะ

 

4. ใต้ตึกมหามกุฏ คณะวิทยาศาสตร์
ข้อดี    1. ลมโกรก สบาย ไม่ค่อยร้อน
           2. ใกล้ตึกจุลฯ(อันนี้ไม่รู้ว่ามันอยู่ในข้อดีหรือข้อเสียกันแน่) และร้าน7-eleven จึงตัดปัญหาเรื่องการกิน
           3. โต๊ะเก้าอี้ก็นั่งสบายพอสมควร ห้องน้ำก็มี(แต่อาจจะเหม็นเล็กน้อย รึเปล่า?)
ข้อเสีย 1. จะมีเสียงดังสนั่นในบางช่วง
           2. ที่นั่งไม่ค่อยพอ เพราะจะมีคนข้างนอกมาใช้สอนพิเศษด้วย
           3. เป็นอาหารของยุง เพราะยุงเยอะจริงๆ นั่งๆไปอาจโดนยุงหามไปโดยไม่รู้ตัว

 

5. อ่านที่บ้านตัวเอง
ข้อดี    1. สะดวก สบาย ไม่ต้องเดินทางไปไหน ง่ายสุดๆ
           2. มีให้กินตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อ
           3. มีห้องให้อ่านเลยรู้สึกว่าสงบดี ไม่ได้แย่นัก
ข้อเสีย 1. เนื่องจากสบายเกินไป อาจทำให้เพลินกับการเล่นเช่นดูทีวี กินข้าว และหลับ
           2. นั่งๆอยู่ก็จะถูกใช้งาน ให้ทำนู่นทำนี่ ทำให้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ
           3. อยู่ใกล้คอม และทีวี เหมือนมีอะไรดึงดูดให้เปิด อ้าาาาาาาก
           4. ทุกคนในบ้านไม่ได้สอบเหมือนเรา เลยทำอะไรสบายๆกัน ทำให้เราเผลอตัวไปทำแบบเค้าได้ โอ้วโน่!!!
           5. กินสบายเกินไป ทำให้น้ำหนักขึ้นไม่รู้ตัว


เก็บตกจามจุรี 9 หน่อยนึง

บังเอิญเรากับเพื่อนๆก็ไปช่วงที่เพิ่งเปิด ก็เป็นกลุ่มแรกๆน่ะ เพื่อนเราก็ไปเข้าห้องน้ำ

ห้องสุดท้าย เป็นห้องในสุด โดยจะมีช่องระบายอากาศ ซึ่งใหญ่มากๆ เป็นทั้งแถบด้าหลังเลยอ่ะ เพื่อนเราก็บอกว่า โหยสุนทรีย์สุดๆ ชอบๆๆๆ แนะนำให้เข้ากันเลยทีเดียว แต่พอเราไปดู เราก็เลยเตือนว่า มันรูใหญ่มากเลยน่ะ ถ้ามองขึ้นมาต้องเห็นแน่ๆ เพื่อนเราก็บอกว่าไม่หรอก สถาปนิกเค้าต้องทำไว้ดีแล้ว ก็เหมือนห้องน้ำทั่วไปที่เค้าทำอ่ะ มันก็ไม่เห็นว่าจะเห็นเลย เราเลยเถียงว่า ยังไงก็เห็นอ่ะ เพราะรูมันใหญ่จริงๆน่ะ แล้วแบบ ลาดลงไปด้วย  แถมฝั่งตรงข้ามก็คือหอยูใหม่ที่ยังไม่เปิด หุๆๆ ถ้าเกิดเปิดขึ้นมาเนี่ยคงเห็นกันหมดแน่ๆ

ดังนั้นหลังจากแยกกันกลับบ้าน เพื่อนเราสองคนนี้จึงได้ไปพิสูจน์ในตอนประมาณทุ่มครึ่ง และสิ่งที่พบคือ เห็นทุกอริยาบถเลยพี่น้อง เพื่อนเรานี่ถึงกับช็อคเพราะเข้าไปแล้วทั้งสองคนเลย  เพื่อนเราบอกว่า คือถ้าตอนกลางวันข้างนอกมันสว่างกว่าด้านใน ด้านนอกก็จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ทว่าพอตกกลางคืน หึๆๆ ด้านในมันดันสว่างกว่าด้านนอก ทำให้เห็นภาพอริยาบถในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เพื่อนเราเลยไปแจ้งกับผู้ที่เกี่ยวข้องในตึกให้เค้าช่วยจัดการหน่อย มิเช่นนั้นแล้ว อาจเป็นช่องทางให้พวกโรคจิตมาแอบดูได้

****เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจห้องน้ำ อย่าวางใจสถาปนิก จะอนาถใจตัวเอง****

 

++++ขอขอบคุณบล็อคคุณเจ้าชายน้อย ที่ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาของ CSSได้ http://zedth.exteen.com ขอบคุณมากๆค่ะ

 

สุดท้าย ขอตัวไปเอาเขาเถือกแล็ปฟิสิกส์ก่อนน่ะค่ะ หุๆๆๆ  ใครที่สอบเสร็จแล้วผลที่ออกมาก็ขอให้เอกันถ้วนหน้า(อ้าวแล้วใครจะตกมีนเป็นฐานให้เค้าเหยีบบล่ะเจ๊) ใครที่สอบไม่เสร็จทีก็ขอให้ทำข้อสอบได้น่ะ ส่วนใครที่เป็นเทพอยู่ก็ขอให้ลงมาช่วยพวกที่ตกมีนตายอย่างเราทีเถอะ หุๆๆๆ

 

edit @ 3 Mar 2008 19:15:57 by Flying_dreamer

สอบ!!!

posted on 17 Dec 2007 07:10 by flying-dreamer  in Event

ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงสอบ เป็นช่วงนรกแตกมากๆๆๆๆ ทรมานสุดๆๆๆๆ เครียดสุดๆๆๆ เหนื่อยสุดๆด้วย โดยกินระยะเวลาถึงเกือบสิ้นปี เพราะงั้น กว่าจะว่างมาอัพคงอีกนาน

 

ดองให้มันเค็มได้ที่ก่อน แล้วค่อยกลับมาอัพใหม่ โฮะๆๆๆๆ

 .

.

To ซี ขอโทษด้วยน่ะเฟ้ยที่ไม่ได้โทร.ไปแฮ้ปปี้เบิร์ดเดย์  แต่ชั้นไม่ได้ลืมน่ะ หวังว่าซีคงมีความสุข สมหวังในทุกเรื่องน่ะจ๊ะ

.

To เพื่อนๆที่กำลังอยู่ในช่วงสอบ ตั้งใจทำข้อสอบน่ะ เนิร์ดๆเข้าไว้ อ่านๆเข้าไป ถ้าไม่รู้เรื่องตรงไหน ให้รีบถามอาจารย์ไม่ก็ถามเพื่อน ไม่งั้นไอเรื่องที่ไม่รู้เรื่องนี่แหล่ะ มักจะออกสอบทุกที

.

To เพื่อนๆอีกครั้ง ขอให้เพื่อนๆทุกคนทำข้อสอบได้ ขอให้ที่อ่านไปออกสอบ ขอให้ไม่ป่วยไม่ไข้ ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ที่สำคัญ ขอให้ทุกคนโชคเอ....

 

สาธุๆๆๆ ขอให้ตูทำข้อสอบได้ทีเถอะ อย่าให้ต้องตกมีนอยู่ใต้...ใครเลย

 

May the force be with you.

เอ๊ะ! หรือจะเป็น May grade A be with you....

edit @ 18 Dec 2007 19:48:32 by Flying_dreamer

รักแห่งสยาม-หนังYแห่งปี(edited)

posted on 25 Nov 2007 17:19 by flying-dreamer  in Event

รักแห่งสยาม-หนังYแห่งปี

เคยมีสักคนมั้ย.... ที่เขียนเพลงรัก...ให้คุณ
และเคยมีสักคนมั้ย..... ที่เขียนเพลงรักจากหัวใจให้คุณ....คนเดียว 
 
ภาพยนตร์รักโรแมนติกที่จะนำพาความอบอุ่นผ่านบทเพลงซึ้ง
กับเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบ
ผลงานชิ้นเอกของผู้กำกับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

22 พฤศจิกายน นี้
ทุกโรงภาพยนตร์จะอบอวลไปด้วยรัก

credit: http://www.deknang.com/index.php?option=content&task=view&id=631

เมื่อวานวันลอยกระทง มีโอกาสได้ไปดูหนังเรื่องรักแห่งสยาม หนังของคุณมะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล เป็นหนังประเภทรักโรแมนติก(โรแมนติกจริงๆ)

แรกๆที่ได้เห็นหนังเรื่องนี้ ก็ไม่คิดว่าจะไปดูเลย เพราะปกติไม่ค่อยชอบหนังรักกุ๊กกิ๊ก อย่างseason changeอะไรทำนองนี้ แต่บังเอิญได้ดูเบื้องหลังของหนังเรื่องนี้จากช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ ดูแล้วก็ อืม เพลงเพราะ น่าไปดู ชอบเพลงๆ เพลงเพราะดี พระเอกหล่อทั้งคู่ นางเอกก็น่ารักดี ใช้ได้ๆ ไปดูแค่หนุ่มๆสองคนก็คุ้มแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินมีคนบอกว่าเป็นหนังเกย์ ตอนแรกก็งงๆ? แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส ก็น่าดูดีอ่ะ จะใส่ใจทำไม

พอเมื่อวานทำงานที่คณะเสร็จก็เดินตรงดิ่งจากมหาลัยฯไปมาบุญครองเพราะรถติดมากก เลยเดินไป กว่าจะถึงก็มีเวลาให้กินข้าวแค่แป๊บเดียว นัดเจอกับพี่สาว เพราะให้พี่สาวเป็นคนซื้อตั๋วให้ พร้อมพ่วงเพื่อนมาดูด้วยอีกคน สามสาวเดินเข้าไป เอ่อ คนแน่นเอี๊ยดแถมได้ข่าวว่ามีแต่เด็กม.ปลายทั้งน้านนน ด้านซ้ายก็คู่รักม.ปลาย ด้านขวาก็คู่รักมหาลัยฯ ด้านหน้าก็

เด็กผู้ชายกลุ่มใหญ่กลุ่มนึง(น้องๆม.ปลายนั่นแหล่ะ) พวกเรากลายเป็นอีป้าสามคนไปเลย โชคดีที่แต่งตัวธรรมดาเนียนๆไปกับเด็กม.ปลาย(ได้ข่าวว่าเพิ่งปีหนึ่งกับพี่อยู่ปีสี่ แต่พูดเหมือนกับว่าแก่มากงั้นแหล่ะ) 

เราจะไม่เล่าเนื้อหาของเรื่องให้ฟัง เพราะคงมีใครอีกหลายคนเล่าไว้เยอะแล้ว และเพื่อไม่เป็นการspoil แต่ถ้าเกิดใครอยากอ่านจริงๆก็มีลิงค์ให้กดไปอ่านกันได้ตามนี้

เปิดมาเค้าก็จะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับชีวิตวัยเด็กของโต้งและมิว(สองหนุ่มหล่อตัวเอกของเรื่อง) ต่อมาก็จะเล่าถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นของคนทั้งคู่ ว่าเหตุใดถึงต้องแยกจากกัน แล้วด้วยเหตุใดจึงได้กลับมาเจอกันอีก ตอนนี้เริ่มจะแอ็บวายแล้ว(วายในที่นี้มาจากคำว่า Yaoi หรือชายรักชายนั่นเอง)

credit: http://www.popcornmag.com/bbs/index.php?showtopic=4675&st=0

พอช่วงกลางๆเรื่องก็มีเรื่องให้ได้กรี้ดกร้าดกันอีกครั้งด้วย การจูบดูดดื่มของสองหนุ่มหล่อ! ทำเอาสาวๆในโรงถึงกับเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ผิดกับผู้ชายในโรงที่เงียบกริ๊บ พร้อมกับด่าในใจ แม่ง หนังเกย์ๆ(ตะโกนร้องในใจกันใหญ่ ดังขนาดได้ยินถึงหูเรา)

เสียงกรี้ดกร้าดยังคงมีต่อไปอีกหลายครั้ง(ปล.คิดเองน่ะว่าจะมีอะไร แต่น้อยกว่าจูบเหอะ) ด้วยสายตาหวานฉ่ำ ที่มองตากัน (แอบกรี้ดในใจ อ้ากกก วายไม่ไหวแล้ว)

ตามมาด้วยฉากดราม่าสุดๆ อย่างพ่อแม่ของโต้งทะเลาะกัน      มิวถูกแม่โต้งตักเตือนและห้าม...(ไปดูเอง) ทำเอาสาวๆต่างเสียน้ำตาให้กับความเศร้าของหนังเรื่องนี้

มีฉากนึงออกแนวเศร้าๆ ดราม่าๆ ที่โต้งถามหญิงว่า โต้งเป็นอะไร .......(ใครไม่ดูจะไม่รู้น่ะจ๊ะ ไปดูซะแล้วมาอ่านจะเข้าใจ) เราตอบให้ก็ได้ แกเป็นเกย์ไงหล่ะโต้ง ตอบง่ายมาก เห็นได้จากตอนที่แม่นายถามว่านายจะเลือกตุ๊กตาตัวไหน ให้เลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด โต้งก็เลือกตุ๊กตา"ผู้ชาย" อืมมม แล้วแบบนี้โต้งยังจะบอกว่าไม่รู้ได้มั้ยน่ะ 555

พร้อมกับจบเรื่องด้วยประโยค ขอโทษที่เราคงเป็นแฟนกับมิวไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักมิวน่ะ... (อืม... มันเป็นตรรกศาสตร์น่ะ ไม่ได้...ไม่รัก=รักน่ะซิ   สรุปเป็นแฟนไม่ได้แต่เป็นคนรักได้ใช่มั้ย 555)

แต่ตอนจบ สุดท้ายแล้ว โต้งก็เลือกที่จะเชื่อฟังแม่ ที่จะไม่คบกับมิว อื้มมมม สงสารมิวมากกก Sadสุดๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว ร้องไห้ไปหลายฉาก เจอมิวร้องไห้ตอนสุดท้าย เศร้าหนักกว่าเดิม แถมโต้งยังบอกลากับมิวซะเหมือนจะไม่เจอกันอีกเลย ฮือๆๆๆ เสียใจ

 

หลังจากออกจากโรงหนังมา ผู้ชายกลุ่มข้างหน้าคนหนึ่งพูดขึ้นทันทีว่า"เอี้ย! หนังเกย์ ขนลุกชิบ เสียดายตังค์" "กูจะออกตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว แต่แม่งเสียดายตังค์" "หนังเกย์" คือสงสัยมาก ในเมื่อพวกนายไม่ได้เป็นคนที่ดูหนังตั้งแต่วันแรก เพราะหลังจากวันแรกก็มีคำเล่าขาน+โทรโข่งซะว่าเป็นหนังเกย์ พวกนายเกลียดนักก็ไม่ต้องดูซิ รู้ทั้งรู้ยังมาดูนี่น่ะ...สรุปคนพูดเป็นเกย์ป่าวเนี่ย 555

ที่อยากจะเล่าให้ฟังก็คือ หนังเรื่องนี้ ไม่ได้สื่อแค่เพียงมิตรภาพ และความรักระหว่างเพื่อนหรือแฟนเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความรักของครอบครัวที่สำคัญมากกกกก ส่งผลต่อลูกอย่างที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะบอกว่าการที่ครอบครัวไม่ดี จะทำให้เด็กผิดเพศ ไม่ใช่เด็ดขาด แต่มันขึ้นอยู่กับจิตใจของคนต่างหาก ตัวเราเอง ถามว่าเกรียดเกย์หรือกระเทยมั้ย ไม่ เราไม่เกรียด ทำไมน่ะเหรอ พวกเค้าไม่ใช่ตัวเชื้อโรคที่น่ารังเกียจเลย เค้าก็เป็นคน มีหัวใจ มีความรู้สึก มีความคิด เค้ามีชีวิตเป็นตัวของเค้าเอง เค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกรักใครก็ได้ หรือว่าไม่จริง?

ผู้ชาย(แท้ๆ)ทุกคนเกรียดตุ๊ด แต่ถามว่า ถ้ามีคนที่ดี และนายคิดว่าเค้าสามารถที่จะรักนายได้หมดหัวใจ และความจริงแล้วนายก็รักเค้ามาก(ถึงแม้นายจะบอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่านายไม่ได้เป็นเกย์ก็เถอะ) ถามว่านายจะเลือกเค้ามั้ย? นายอาจจะปฎิเสธว่าตัวเองไม่ใช่เกย์จะรักกับผู้ชายได้ยังไง แต่ใครจะรู้ ถ้านายมัวแต่กลัวสังคม สุดท้าย นายเท่านั้นแหล่ะที่จะต้องเสียใจ ขอเถอะค่ะ ผู้ชายทุกคน ช่วยเปิดใจกันหน่อย

สำหรับเรา เราจะไม่โกรธเลย ถ้าคนที่เราหลงรักเป็นเกย์ อาจจะมีเสียดายบ้างก็เหอะ แต่ก็ดีกว่ามารู้ทีหลังว่าเค้าไม่ได้รักเรา หรืออาจจะรักแต่ในฐานะเพื่อน ส่วนเค้าซึ่งรักผู้ชายอีกคนอยู่ แต่ต้องถูกสังคมต่อต้าน บีบคั้น  เลยมาเป็นแฟนกับเราหรือแต่งงานกับเราซึ่งเป็นผู้หญิง  สำหรับเรา เราจะโกรธและเสียใจมากกว่าที่ทำให้เค้าต้องมาทุกข์ใจอยู่กับเราทั้งที่เค้าไม่ได้รักเราเลย

และถ้าใครที่ผู้ชายคนไหนดูหนังเรื่องนี้ แล้วเกิดจะกลายเป็นเกย์ขึ้นมา ก็ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่เหลือๆไว้ให้สาวๆบ้าง สงสารพวกเราเถอะ 555 เอาเป็นว่าจะเป็นอะไรก็เป็นน่ะค่ะ เลือกสิ่งที่ดีที่สุด

******เฮ้ย! บล็อคเรากลายเป็นอะไรเนี่ย Open Up Your Mind For Homosexual เรอะ******

สุดท้ายเลยแล้วกัน ใครที่ยังไม่ได้ไปดูเรื่องรักแห่งสยาม ให้ไปดูซะ คุณจะเข้าใจความรักมากขึ้น อย่าดูที่เป็นหนังเกย์ แต่ให้ดูที่ความรักอันบริสุทธิ์ของพวกเค้า.... แล้วคุณจะอิ่มเอมในความรัก ถึงแม้มันจะเศร้าก็เถอะ

 

"ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง"

แล้วคุณจะหวังต่อไปมั้ย ถึงแม้ว่าสิ่งที่คุณหวังจะไม่เป็นไปตามที่คุณคิด?

 ***ไปดูมาแล้ว รอบสอง เข้าใจอะไรเยอะขึ้น เข้าใจความหมายของพี่มะเดี่ยวขึ้นเยอะเลย ตอนแรกเข้าใจผิดอยู่หลายอย่าง แต่หลายๆจุดที่เราเข้าใจอารมณ์ของตัวละครมากขึ้น ที่สำคัญ ได้ไปดู มาริโอ้ กับ พิช แบบเต็มๆตาอีกรอบ อ้ากกก หล่อสะใจ อืมมมมมม ชอบเพลงที่สุดแล้ว ใครยังไม่ฟังก็ฟังซะด้วยน่ะ เพราะสุดๆเหอะ พิชเก่งมากๆๆ แต่งเพลงได้ดี

edit @ 28 Nov 2007 23:24:15 by Flying_dreamer